Mingkwan Tanchotikul

HIFU LinearZ คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับที่เจ็บน้อย ดูแลถึงชั้น SMAS

โปรแกรม HIFU LinearZ คืออะไร? เจาะลึกนวัตกรรมยกกระชับ ที่เจ็บน้อย พร้อมดูแลลึกถึงชั้น SMAS ที่มิ่งขวัญคลินิก

สวัสดีค่ะ หมอเชื่อว่าหลายคนที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรือมีส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงสะสม คงกำลังหาข้อมูลเรื่องการยกกระชับชั้น SMAS กันอยู่ใช่ไหมคะ? แต่สิ่งหนึ่งที่หมอมักได้รับคำปรึกษาเสมอคือ “กลัวเจ็บ” วันนี้หมอจึงอยากพาทุกคนมาทำความรู้จักกับโปรแกรม HIFU LinearZ นวัตกรรมยกกระชับจากเกาหลีที่หมอตั้งใจเลือกมาดูแลคนไข้ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องความกระชับแล้ว ยังให้ความสำคัญกับความสบายผิวขณะทำเป็นอย่างมากค่ะ

เข้าใจโครงสร้างผิวผ่าน “ทฤษฎีเตียงนอน”: ทำไมการยกกระชับถึงต้องดูแลให้ครบทุกชั้น?

เพื่อให้คนไข้เห็นภาพง่ายขึ้น หมอมักจะเปรียบเทียบโครงสร้างผิวหน้าของคนเราเหมือนกับ “เตียงนอน” หนึ่งหลังค่ะ ซึ่งการที่เตียงจะดูตึง สวย และนุ่มฟูได้นั้น ต้องอาศัยองค์ประกอบที่สมบูรณ์ทุกชั้นทำงานร่วมกัน:

  • ชั้นผิวชั้นนอก (Epidermis/Dermis): เปรียบเสมือน “ผ้าปูเตียง” ค่ะ ถ้าผ้าปูตึง เรียบเนียน ผิวเราก็จะดูละเอียดและสุขภาพดี
  • ชั้น SMAS และเอ็นพยุงผิว (Retaining Ligaments): เปรียบเสมือน “สปริงเตียง” ค่ะ ทำหน้าที่หลักในการยึดโครงสร้างและพยุงใบหน้าให้ยกตึงขึ้นในแนวดิ่ง ไม่ให้หย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง
  • ชั้นไขมัน กระดูก และกล้ามเนื้อ: เปรียบเสมือน “ฟูกที่นอน” ค่ะ ส่วนนี้จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่ม (Volume) ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ มีมิติ
โครงสร้างชั้นผิว SMAS และทฤษฎีเตียงนอน HIFU LinearZ

เมื่อเวลาผ่านไป… อะไรเกิดขึ้นกับ “เตียงนอน” หลังนี้?

พอเราเริ่มมีอายุมากขึ้น (Aging) สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ คือ “เอ็นหย่อนยืด” ค่ะ เมื่อเอ็นพยุงผิวเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลา มันก็เปรียบเสมือนสปริงที่ล้าและไม่ตึงเหมือนเดิม ในสภาวะที่สปริงด้านล่างหย่อนยาน ต่อให้เราพยายามดึงผ้าปูให้ตึงแค่ไหน เตียงหลังนี้ก็ยังดูไม่เรียบตึงอยู่ดี เพราะฐานรากที่เป็นตัวพยุงหลักมันเสียหายไปแล้วค่ะ

HIFU: กลไกการแก้ปัญหาที่ “สปริงผิว” โดยตรง

หลักการทำงานของ HIFU (รวมถึง LinearZ) จึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้คือ ทำให้สปริงกลับมาแข็งแรง โดยส่งพลังงานลงไปจัดการที่ชั้น SMAS และเอ็นพยุงผิว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการหดตัวและสร้างเส้นใยใหม่ เมื่อฐานด้านล่างแน่นขึ้น ใบหน้าก็จะดูยกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากภายในสู่ภายนอกค่ะ

ทำไมต้องเป็น LinearZ? เมื่อความลึกที่แตกต่าง คือกุญแจสำคัญของการยกกระชับ

จุดแข็งที่ทำให้หมอมั่นใจใน LinearZ คือการมีหัวยิงที่ครอบคลุมหลายระดับความลึก และมีโหมดการทำงานถึง 2 รูปแบบที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ:

  1. จัดการได้ครบทุกชั้นผิว: LinearZ มีหัวยิงที่ลงลึกได้ตั้งแต่ชั้นผิวชั้นนอก (ผ้าปูเตียง), ชั้นไขมัน (ฟูกผิว) ไปจนถึงชั้น SMAS (สปริงเตียง) ทำให้หมอเลือกแก้ปัญหาได้ตรงจุดทุกระดับชั้นผิวค่ะ
  2. ผสานพลัง Dot และ Linear Mode ในเครื่องเดียว:
    • Dot Mode (แบบจุด): เน้นการ “ขันสปริง” ให้ตึงเป๊ะ เพื่อการยกดึงในแนวดิ่งที่ทรงพลัง
    • Linear Mode (แบบเส้น): เน้นการกระจายความร้อนที่ครอบคลุม (Bulk Heating) ช่วยสลายไขมันส่วนเกินและรีดผ้าปูผิวให้เรียบเนียนไปพร้อมกัน

รายละเอียดยกกระชับ
ในคลินิกมิ่งขวัญ

ทำไม HIFU LinearZ ถึงขึ้นชื่อเรื่อง “ความสบายผิว”

หลายคนถามหมอว่า “ถ้าสปริงหย่อนมาก ต้องใช้พลังงานเยอะ แล้วจะไม่เจ็บเหรอ?”
คำตอบคือ LinearZ ใช้เทคโนโลยี High Speed ค่ะ เครื่องส่งพลังงานลงไปเร็วมาก ทำให้เจ็บน้อยลง ประกอบกับการปล่อยพลังงานแบบเส้น (Linear) ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่าแบบจุด ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงความอุ่นสบายเท่านั้นค่ะ

HIFU LinearZ เหมาะกับใคร? และปัญหาแบบไหนที่ต้องยกให้เครื่องนี้ดูแล

แม้เครื่องมือจะดีแค่ไหน แต่การเลือกหัตถการให้ตรงกับปัญหาคือสิ่งที่หมอให้ความสำคัญที่สุดค่ะ โปรแกรมนี้จะตอบโจทย์มากสำหรับ:

  1. ผู้ที่มีปัญหา “สปริงผิวหย่อนตัว”: กรอบหน้าเริ่มเบลอ ไม่คมชัดเหมือนเก่า หน้าตก
  2. ผู้ที่มีปัญหา “ฟูกหนักเกินไป”: มีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงห้อยย้อย
  3. ผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ: อยากยกกระชับแต่ไม่พร้อมรับความรู้สึกเจ็บระดับสูง

ขณะทำโปรแกรม HIFU LinearZ เจ็บหรือไม่? ใช้เวลานานแค่ไหน?

หลายท่านกังวลเรื่องความเจ็บจากประสบการณ์ที่เคยทำเครื่องยกกระชับรุ่นเก่าๆ มาก่อน แต่สำหรับ LinearZ หมออยากให้สบายใจได้ค่ะ:

  • เจ็บน้อยลงอย่างชัดเจน: ด้วยเทคโนโลยีการปล่อยพลังงานแบบเส้นตรง (Linear Mode) ที่กระจายความร้อนได้รวดเร็วและสม่ำเสมอ ทำให้ความรู้สึกเจ็บหรือสะดุ้งลดลงมากเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นเดิมๆ ค่ะ
  • การเตรียมตัว: เพื่อความสบายที่สุดของคนไข้ ที่มิ่งขวัญคลินิกเราจะมีการ แปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเริ่มทำค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้ระหว่างที่หมอยิงพลังงานลงสู่ชั้นผิว คนไข้จะสบายที่สุดค่ะ
  • ใช้เวลาทำไม่นาน: ขั้นตอนการยิงพลังงานจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที (ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและสภาพปัญหาผิวของแต่ละท่าน)

ทำเสร็จแล้ว ต้องดูแลตัวเองอย่างไร? และเห็นผลเมื่อไหร่?

ข้อดีมากๆ ของ LinearZ คือ No Downtime ค่ะ ทำเสร็จแล้วสามารถไปงานต่อ หรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น

  • หลังทำทันที: อาจมีความรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิวหรือระบมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองใน 1-2 วันค่ะ
  • ผลลัพธ์: คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำประมาณ 10-20% และผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดในเดือนที่ 2-3 เมื่อสปริงผิว (คอลลาเจน) ถูกสร้างขึ้นใหม่สมบูรณ์ค่ะ
  • การดูแล: แนะนำให้ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Double Lifting & Tightening: ผลลัพธ์การยกกระชับชั้น SMAS ที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม

หมอมักแนะนำให้ทำ LinearZ คู่กับ Density RF ค่ะ เพราะ LinearZ เก่งเรื่อง “การยกดึงฐานสปริงและเก็บเหนียง” ส่วน DensityRF จะเข้ามารับช่วงต่อในการดูแล “ผ้าปูเตียง (ผิวชั้นบน)” ให้มีความหนาแน่นและอิ่มฟู เมื่อทำคู่กันผิวจะดูทั้งยกและดูเด็กลงอย่างชัดเจนค่ะ

รายละเอียด
Density RF

ทำไมต้องมาปรึกษาเรื่อง HIFU LinearZ ที่มิ่งขวัญคลินิก สาธุประดิษฐ์?

  • Tailor-made: เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน หมอจึงประเมินและดีไซน์การยิงเครื่องด้วยตัวเองทุกเคส อย่างประณีตใส่ใจในทุกช็อตเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาพอดีและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
  • จริงใจและเรียบง่าย (Homey): เราเป็นคลินิก Standalone เล็กๆ ที่ไม่มีฝ่ายขายมาคัดกรองหรือกดดัน แจ้งราคาชัดเจนและโปร่งใส หมอเน้นให้ข้อมูลตามความจริงอย่างครบถ้วน เพื่อให้คนไข้ได้พิจารณาและตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุด เหมือนแวะมาปรึกษาคุณหมอที่คุ้นเคยในบรรยากาศสบายๆ ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU LinearZ (FAQ)

• ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที 10-20% และชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 เดือนค่ะ

• ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ประมาณ 6-12 เดือนค่ะ หมอแนะนำให้กลับมาดูแลซ้ำปีละ 1-2 ครั้งเพื่อคงสภาพผิว

• หน้าจะตอบไหม?

หมอจะประเมินก่อนค่ะ หากหน้าตอบอยู่แล้ว หมอจะเลี่ยงโหมดสลายไขมัน และเน้นยกกระชับเพื่อให้หน้ายังดูอิ่มเอิบเป็นธรรมชาติ

• หลังทำต้องพักฟื้นไหม?

ไม่ต้องพักฟื้นเลยค่ะ ผิวอาจมีรอยชมพูระเรื่อเพียง 10-15 นาที แล้วหายไปเอง

• ทำร่วมกับเครื่องอื่นได้ไหม?

ทำได้ค่ะ เพื่อผลลัพธ์แบบผสมผสาน (Synergy Effect) เช่น ทำคู่กับ DensityRF, Virtue RF, Microneedle RF หรือ Fractional CO2 เพื่อการดูแลที่สมบูรณ์แบบทุกมิติค่ะ

• ที่คลินิกมิ่งขวัญ ใครเป็นคนทำ HIFU LinearZ

แพทย์ที่คลินิกจะเป็นผู้ทำ LinearZ ทุกเคสค่ะ

กดเลือก Messenger หรือ Line
เพื่อส่งรูปประเมินการทำ HIFU LinearZ ได้ค่ะ

HIFU LinearZ คืออะไร? นวัตกรรมยกกระชับที่เจ็บน้อย ดูแลถึงชั้น SMAS Read More »

Density RF คืออะไร เจาะลึกการยกกระชับด้วย Monopolar & Bipolar RF

Density RF คืออะไร? เจาะลึกนวัตกรรมยกกระชับ “งานผิว x2” ด้วย Monopolar & Bipolar RF ที่มิ่งขวัญคลินิก

เวลาคนไข้ถามหมอว่า “ควรทำเครื่องยกกระชับตัวไหนดี?” คำตอบของหมอมักไม่เริ่มที่ชื่อเครื่องค่ะ เพราะสำหรับหมอ การยกกระชับที่เห็นผลจริงไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือ แต่เริ่มจากการเข้าใจ “โครงสร้างใบหน้า” และปัญหาผิวที่แท้จริงของแต่ละบุคคล
Density RF คือหนึ่งในนวัตกรรมที่หมอเลือกใช้สำหรับคนไข้ที่ต้องการดูแล “ผิวชั้นบน” เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิวบาง ผิวหย่อนคล้อย หรือคนที่อยากมีผิวที่แน่นและดูเด็กลงในระยะยาวค่ะ

เข้าใจโครงสร้างผิวผ่าน “ทฤษฎีเตียงนอน”

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น หมอมักเปรียบเทียบใบหน้าเหมือนกับ “เตียงนอนหนึ่งหลัง” ค่ะ:

โครงสร้างผิว ยกกระชับ
  • ผ้าปูเตียง (ผิวชั้นบน): คือส่วนที่ Density RF เข้าไปดูแลโดยตรง ถ้าผ้าปูตึง เรียบเนียน ผิวเราก็จะดูละเอียดไม่บาง รูขุมขนดูกระชับ ผิวเด้งกระชับไม่หลวมหรือเหลว
  • สปริงเตียง (ชั้น SMAS หรือเอ็นพยุงผิว): ทำหน้าที่พยุงใบหน้าให้ยกตึงขึ้นในแนวดิ่ง ไม่ให้หย่อนคล้อยลงตามแรงโน้มถ่วง(ชั้นนี้ต้องใช้ LinearZ ช่วยดูแลค่ะ)
  • ฟูกที่นอน (ไขมัน กล้ามเนื้อและกระดูก): ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ

เมื่ออายุมากขึ้น ผ้าปูเตียง (ผิว) จะเริ่มบางและยืดออก ทำให้ต่อให้สปริงยังดีอยู่ แต่ผิวภายนอกก็ยังดูไม่กระชับ การรักษาที่ตรงจุดจึงต้องเลือกเครื่องมือที่เข้าถึงชั้นผิวที่เสียหายจริงค่ะ

Density RF ทำงานอย่างไร? ทำไมถึงได้งานผิวที่ “เหนือกว่า”

DensityRF คือเครื่องมือที่ปล่อยคลื่นวิทยุลงไปสู่ผิว จุดเด่นที่ทำให้ Density RF แตกต่างจากเครื่อง RF ทั่วไป คือการปล่อยพลังงาน Monopolar และ Bipolar RF พร้อมกันในช็อตเดียว (Dual RF Technology):

  1. พลังงาน Monopolar RF
    • ใช้ความถี่สูงถึง 6.78 MHz ลงได้ลึกและกระจายกว้าง
    • เสริมความแข็งแรงของผิวในระยะยาวช่วยให้โครงสร้างผิวแน่นและทนต่อการหย่อนคล้อยในอนาคต
    • ช่วยกระตุ้นการหดตัวของเอ็นพยุงผิวส่วนบน ทำให้ใบหน้ายกขึ้น
    • หากปรับพลังงานให้สูงขึ้นอย่างเหมาะสม ความร้อนที่แผ่ลงไปยังชั้นไขมันสามารถช่วยลดไขมันส่วนเกินในบางตำแหน่งเช่น บริเวณแก้ม หรือกรอบหน้า
  2. พลังงาน Bipolar RF
    • ทำงานเด่นในผิวชั้นตื้น
    • ช่วยให้ผลลัพธ์ด้าน “งานผิว” เห็นได้เร็ว เช่น ผิวเรียบเนียน แน่น รูขุมขนกระชับและดูสดใสขึ้น
Density RF Monopolar Bipolar

อย่างไรก็ตาม สำหรับหมอแล้ว นอกเหนือจากพลังงานที่แม่นยำ การส่งพลังงานเหล่านั้นลงสู่ผิวอย่างปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดโดยที่คนไข้ไม่ต้องทนเจ็บ เครื่องนี้จึงมีเทคโนโลยีเสริมที่หมอให้ความสำคัญมาก:

  • Real-time Impedance Checking: ระบบวัดความต้านทานผิวแบบวินาทีต่อวินาที ทำให้ทุกช็อตที่ยิงออกไปมีพลังงานที่ “พอดี” และปลอดภัยกับผิวของคุณจริงๆ
  • ACS (Advanced Cooling System): ระบบทำความเย็นอัจฉริยะที่ลดอุณหภูมิได้เร็ว ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ลดความรู้สึกไม่สบาย และช่วยให้หมอใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยที่คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นค่ะ

Density RF เหมาะกับใครบ้าง?

  • คนที่มีปัญหาผิวบาง ผิวนิ่ม หรือผิวดูหลวม: ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวค่อยๆ หนาขึ้นและแข็งแรงจากภายใน
  • คนที่มีไขมันแก้มเยอะ หรือหน้าดูอิ่มเกินไป: พลังงานความร้อนจะช่วยจัดระเบียบชั้นไขมันให้กระชับเข้ากับโครงหน้ามากขึ้น
  • คนที่อยากได้ผิว “Glass Skin” แบบสุขภาพดี: ช่วยให้ผิวดูแน่น เด้ง และรูขุมขนดูเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ

ขณะทำโปรแกรม Density RF เจ็บหรือไม่? ใช้เวลานานแค่ไหน?

หลายท่านกังวลเรื่องความเจ็บจากประสบการณ์ที่เคยทำเครื่องกลุ่ม RF รุ่นเก่าๆ มาก่อน แต่สำหรับ Density RF หมออยากให้สบายใจได้ค่ะ:

  • ความสบายที่มากกว่า: ด้วยเทคโนโลยี ACS (Advanced Cooling System) ที่สามารถลดอุณหภูมิที่หัวยิงได้ถึง 13 องศาเซลเซียส ภายในเวลาอันรวดเร็ว จะช่วยปกป้องผิวชั้นบนและลดความรู้สึกร้อนสะดุ้งได้ดีมากค่ะ คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงความอุ่นลึกๆ ใต้ผิวเท่านั้น
  • การเตรียมตัว: เพื่อความสบายที่สุดของคนไข้ ที่มิ่งขวัญคลินิกเราจะมีการ แปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเริ่มทำค่ะ วิธีนี้จะช่วยให้ระหว่างที่หมอยิงพลังงานลงสู่ชั้นผิว คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลายที่สุดค่ะ
  • ใช้เวลาทำไม่นาน: ขั้นตอนการยิงพลังงานจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที (ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวและจำนวนช็อตที่คุณหมอดีไซน์ให้แต่ละท่านค่ะ)

รายละเอียดยกกระชับ
ในคลินิกมิ่งขวัญ

ทำเสร็จแล้ว ต้องดูแลตัวเองอย่างไร? และเห็นผลเมื่อไหร่?

ข้อดีมากๆ ของ Density RF คือ No Downtime ค่ะ ทำเสร็จแล้วสามารถไปงานต่อ หรือใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว

  • หลังทำทันที: อาจมีอาการผิวระเรื่อชมพูเล็กน้อย หรือรู้สึกอุ่นๆ ใต้ผิว ซึ่งเป็นอาการปกติจากการที่พลังงาน 6.78 MHz เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน โดยอาการจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงค่ะ
  • ผลลัพธ์: คุณจะเริ่มรู้สึกว่าผิวดูแน่นและฟูขึ้นทันทีหลังทำ และผลลัพธ์จะชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 เดือน เมื่อโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินถูกสร้างขึ้นใหม่จนผิวมีความหนาแน่น (Skin Density) ที่สมบูรณ์ค่ะ
  • การดูแล: แนะนำให้เน้นการทาครีมบำรุงกลุ่มมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดค่ะ

Double Lifting & Tightening: ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม

หมอมักแนะนำให้ทำ Density RF คู่กับ LinearZ ค่ะ เพราะ LinearZ เก่งเรื่อง “การยกดึงฐานสปริงและเก็บเหนียง” ส่วน Density RF จะเข้ามารับช่วงต่อในการดูแล “ผ้าปูเตียง (ผิวชั้นบน)” ให้มีความหนาแน่นและอิ่มฟู เมื่อทำคู่กัน ผิวจะดูทั้งยกตึงและดูเด็กลงอย่างชัดเจน เป็นการดูแลโครงสร้างใบหน้าให้ครบทุกมิติค่ะ

รายละเอียด Hifu LinearZ
ในคลินิกมิ่งขวัญ

ทำไมต้องมาปรึกษาเรื่องการยกกระชับที่ มิ่งขวัญคลินิก สาธุประดิษฐ์?

  • Tailor-made Design: เพราะผิวและโครงสร้างหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หมอจึงประเมินและดีไซน์การยิงเครื่องด้วยตัวเองทุกเคสอย่างประณีต หมอใส่ใจในทุกช็อตเพื่อให้พลังงานลงไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาพอดีและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณค่ะ
  • ความจริงใจและบรรยากาศที่เป็นกันเอง (Homey): เราเป็นคลินิก Standalone เล็กๆ ที่ไม่มีฝ่ายขายมาคัดกรองหรือกดดัน หมอให้ความสำคัญกับความโปร่งใส แจ้งราคาชัดเจน และเน้นให้ข้อมูลตามความจริงอย่างครบถ้วน เพื่อให้คนไข้ได้พิจารณาและตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุด เหมือนแวะมาปรึกษาคุณหมอที่คุ้นเคยในบรรยากาศสบายๆ ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Density RF

• Density RF เหมาะกับใครบ้าง?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวชั้นบน ผิวบาง ผิวนิ่ม หน้าอ้วน หรืออยากได้ผิวแน่น ดูสุขภาพดี

• Density RF ต้องทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปทำ 1 ครั้ง แนะนำทำซ้ำทุก 6–12 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน

• Density RF เจ็บไหม?

โดยทั่วไปไม่เจ็บ มีระบบทำความเย็นช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย สามารถแปะยาชาเพื่อความสบายได้

• Density RF แตกต่างจาก RF อื่นอย่างไร?

Density ใช้ Monopolar + Bipolar RF ช่วยให้ผลเรื่องงานผิวเห็นเร็ว และเสริมความแข็งแรงของผิวในระยะยาว

• Density RF เห็นผลเมื่อไหร่?

หลังทำจะเริ่มรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้น ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 1–3 เดือน

• การดูแลหลังทำ Density RF?

โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ดูแลผิวและป้องกันแสงแดดตามคำแนะนำแพทย์

• Density RF ทำร่วมกับเครื่องอื่นได้หรือไม่?

ทำได้ค่ะ เพื่อผลลัพธ์แบบผสมผสาน (Synergy Effect) เช่น ทำคู่กับ HIFU LinearZ หรือ Fractional CO2 เพื่อการดูแลที่สมบูรณ์แบบทุกมิติค่ะ

• ใครเป็นคนทำหัตถการ Density RF ในคลินิกมิ่งขวัญ

แพทย์ที่คลินิกจะเป็นผู้ทำ Density RF ทุกเคสค่ะ

บทสรุปจากหมอมิ่งขวัญ
เพราะผิวของแต่ละคนมีรายละเอียดไม่เหมือนกันค่ะ การเลือกเครื่องมือที่ “ใช่” จึงสำคัญกว่าเครื่องที่แรงที่สุด หากคุณยังไม่แน่ใจว่าปัญหาผิวตอนนี้ควรเริ่มต้นจัดการที่ชั้นไหน แวะเข้ามาพูดคุยและตรวจเช็กโครงสร้างผิวกับหมอที่ มิ่งขวัญคลินิก สาธุประดิษฐ์ ได้นะคะ
หมอยินดีให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและมั่นใจในตัวเองที่สุดค่ะ

กดเลือก Messenger หรือ Line
เพื่อส่งรูปประเมินการทำ Density RF ได้ค่ะ

Density RF คืออะไร เจาะลึกการยกกระชับด้วย Monopolar & Bipolar RF Read More »

Acgen นวัตกรรมคลื่นวิทยุในการรักษาสิว

นวัตกรรมคลื่นวิทยุ (Acne monopolar RF Pen/Acgen) ในการรักษาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบ

  ปัจจุบันได้มีเครื่องมือคลื่นวิทยุ Radiofrequency (RF) ในการรักษาสิวชนิดใหม่ที่มิ่งขวัญคลินิกเรียกว่า Acgen (Acne monopolar RF pen) ซึ่งเหมาะกับคนไข้หลายคนที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน สิวที่คางและกรอบหน้า สิวไตอักเสบเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ไม่จบเสียที ขึ้นซ้ำขึ้นซากที่ตำแหน่งเดิมๆ การรักษาสิวเหล่านี้แต่เดิมจะใช้วิธีการทานยาไม่ว่าจะเป็นยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อรวมถึงยาลดความมันกลุ่มกรดวิตามินเอที่ทำให้ผิวแห้ง ปากแห้ง ส่งผลกระทบทุกรูขุมขนทั่วร่างกายทั้งที่มีปัญหาและไม่มีปัญหาเรื่องสิว วันนี้หมอจะมาแนะนำ Acgen นวัตกรรมเครื่องมือรักษาสิวเฉพาะรูขุมขนหรือบริเวณที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ ไม่รบกวนบริเวณที่ปกติหรือไม่ต้องการให้ผิวแห้ง ทำให้ลดปริมาณและระยะเวลาในการทานยา ลดการกลับมาเป็นสิวซ้ำเพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนทรมานกับปัญหานี้ต่อไป

สารบัญ คลิกอ่าน

Acgen คืออะไร?

  Acgen เป็นนวัตกรรมการใช้เครื่องมือที่รักษาสิวที่ต้นตอ โดยใช้วิธีการปล่อยคลื่นวิทยุหรือ Monopolar Radiofrequency (RF) ผ่านหัวเข็มพิเศษขนาดเล็ก ลงสู่ต่อมไขมันจุดที่มีปัญหาโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันจุดนั้นฝ่อ ลดการขับน้ำมัน จบปัญหาสิวจากต้นตอ

กลไกการเกิดสิวเป็นอย่างไร?

  ก่อนจะมาเข้าใจกลไกของ Acgen อย่างแรกต้องเข้าใจกลไกการเกิดสิวก่อนว่าเกิดจากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัยด้วยกันคือ
  1. ต่อมไขมันทำงานมาก ทำให้ขับน้ำมันออกมามาก ส่งผลให้ผิวมัน หากมีการระบายของน้ำมันไม่ทันก็ จะเกิดการสะสมและคั่งค้างของน้ำมันในรูขุมขน
  2. ภาวะขี้ไคลบริเวณรูขุมขนหนาตัวผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นของน้ำมันที่ขับออกมา ทำให้มีการสร้างขี้ไคลออกมามากกว่าปกติออกมาปิดบริเวณรูเปิดของรูขุมขน ส่งผลให้น้ำมันขับออกมาที่ผิวหน้าไม่ได้และเกิดเป็นเม็ดสิวอุดตัน (comedone) ขึ้นที่ผิวหน้า
  3. เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้จะใช้น้ำมันเป็นอาหาร และจะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยน้ำมัน ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา สิวที่เป็นสิวอุดตันจะกลายร่างเป็นสิวอักเสบขึ้นมา
กลไก การเกิด สิว

  จากปัจจัยทั้ง 3 จะเห็นได้ว่าต่อมไขมันที่ทำงานมากและไขมันที่ผลิตออกมา เป็นสาเหตุที่ทำให้ปัจจัยเรื่องขี้ไคลบริเวณรูขุมขนรุนแรงขึ้นและเชื้อแบคทีเรีย C.acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น

โปรโมชั่น
Acgen รักษาสิวเรื้อรัง

หลักการรักษาสิวเรื้อรังของคลื่นวิทยุ Acgen เป็นอย่างไร?

Acgen รักษาสิว หลักการ

  การทำงานของ Acgen นั้นจะเกี่ยวข้องกับต่อมไขมันที่ทำงานมากขึ้นซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดสิว ซึ่งหลักการของ Acgen นั้นจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ Radiofrequency (RF) เข้าสู่ต่อมไขมันที่มีปัญหา หลังจากนั้นพลังงาน RF จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเข้าไปทำลายต่อมไขมันนั้น ส่งผลให้ต่อมไขมันฝ่อตัวและสร้างน้ำมันลดลง จึงเป็นการจบปัญหาสิวที่ต้นตอ
  การปล่อยคลื่นวิทยุ RF ของเครื่องนั้นจะปล่อยผ่านเข็มชนิดพิเศษที่หุ้มด้ามเข็มด้วยฉนวนแต่เว้นส่วนปลายเข็ม (Microinsulated needle) ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้เฉพาะปลายเข็มลงสู่ต่อมไขมันโดยไม่มีกระทบผิวส่วนบน จึงไม่มีสะเก็ดหลังทำ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกตำแหน่งของต่อมไขมันที่ต้องการรักษาได้ (selective) โดยไม่ไปกระทบกับต่อมไขมันปกติอื่นๆ บนผิวหน้า

คลื่นวิทยุ Radiofrequency (RF) เหมาะกับการรักษาสิวประเภทไหนบ้าง?

  Acgen จะมีหัวเข็มอยู่ 3 แบบ แต่ละแบบจะแก้ปัญหาสิวคนละชนิดกัน ซึ่งออกแบบมารักษาสิวได้ทุกชนิดทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวเสี้ยน หัวเข็ม รักษา สิว แต่หมอจะแนะนำมากๆ สำหรับ
  1. เคสสิวอักเสบเรื้อรัง
  2. เคสสิวที่ชอบเกิดซ้ำๆ ที่เดิม
  3. เคสสิวฮอร์โมนบริเวณรอบปาก คาง แนวกรามที่กวนใจทุกเดือน
  4. เคสที่ต้องการป้องกันการเกิดสิวในผู้เป็นสิวและเกิดแผลเป็นง่าย

การรักษาด้วยคลื่นวิทยุจะทำให้ผิวแห้งหรือไม่?

  คำตอบคือ “ไม่” จุดแข็งที่สำคัญของ Acgen ก็คือการรักษาเฉพาะต่อมไขมันหรือบริเวณที่มีปัญหาเท่านั้น (Selective) ซึ่งต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีลักษณะจำเพาะนั้นคือมีการเพิ่มจำนวนเซลล์และเซลล์ที่ผลิตไขมันอ้วนเต่งตึง โดยเข็มจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไป ทำให้ต่อมไขมันบริเวณนั้นฝ่อแห้งลงไปเป็นปกติ ซึ่งจะไม่กระทบบริเวณปกติที่ไม่มีปัญหาสิว ดังนั้นหากผู้ให้การรักษามีประสบการณ์และความรู้ที่ดีพอก็จะไม่ทำให้เกิดภาวะต่อมไขมันถูกทำลายมากเกินไปได้

จุดเด่นในการรักษาสิวด้วย Acgen คืออะไร?

  • รักษาสิวที่ต้นต่อตรงบริเวณรูขุมขนที่ทำให้เกิดสิว
  • ลดปริมาณและระยะเวลาที่ต้องทานยา
  • ไม่ทำให้ผิวแห้งเหมือนการทานยากลุ่มกรดวิตามินเอ เพราะเป็นการรักษาที่ต่อมไขมันที่มีปัญหาเท่านั้นซึ่งเป็นการรักษาที่ต้นตอ ไม่กระทบกับบริเวณอื่น
  • ไม่มีสะเก็ด ต่างจากการทำเลเซอร์เพื่อเปิดหัวสิวที่เป็นเพียงการใช้เลเซอร์เจาะเปิดหัวสิว ไม่ได้เป็นการรักษาจากต้นตอของปัญหาและยังมีสะเก็ด

โปรโมชั่น
Acgen รักษาสิวเรื้อรัง

ขั้นตอนในการทำเป็นอย่างไร

  1. ผู้ช่วยทำความสะอาดผิวด้วย Cleansing milk
  2. ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที (ในความเห็นของหมอเอง เจ็บน้อยกว่าฉีดสิว ถ้าสิวไม่เยอะ ไม่แปะยาชาหมอว่าไหวค่ะ)
  3. แพทย์เป็นคนยิง Acgen ตามจุดหรือบริเวณที่มีปัญหา

หลังทำคลื่นวิทยุรักษาสิวจะเป็นอย่างไร?

  1. หลังทำทันที สิวอาจดูบวมขึ้นเล็กน้อย
  2. วันรุ่งขึ้น สิวจะดูแห้งลงประมาณ 70-80%
  3. 3 วันสิวแห้งสนิท เวลาจับที่ผิวอาจรู้สึกถึงหัวสิวที่แห้งและพร้อมผลัดออก

หลังรักษาสิวด้วยคลื่นวิทยุแล้วต้องทานยาหรือไม่?

  ในความเห็นหมอคือขึ้นกับเคสค่ะ ถ้าเป็นรุนแรงอยากให้จบไวๆ หมอจะจ่ายยาทานร่วมด้วย แต่ข้อดีในการทำ Acgen คือลดระยะเวลาและปริมาณในการทานยาค่ะ รายละเอียดการใช้ยารักษาสิวสามารถเข้าไปดูได้ที่หน้านี้ค่ะ >>> รักษาสิวด้วยการใช้ยา

Acgen ต้องทำกี่ครั้ง?

  ทำเดือนละครั้งต่อเนื่องกัน 3-5 ครั้ง

Acgen ปลอดภัยหรือไม่?

  เครื่องมือที่ใช้มีความปลอดภัย ผ่านองค์การอาหารและยาของประเทศไทยและประเทศเกาหลี

ทำไมต้องทำคลื่นวิทยุรักษาสิวที่มิ่งขวัญคลินิก?

acgen คลื่นวิทยุ รักษาสิว มิ่งขวัญคลินิก
  1. เพราะเราเชี่ยวชาญในการรักษาสิว เป็นคลินิกรักษาสิวครบวงจรตั้งแต่การป้องกันสิว รักษาสิวและการรักษาผลข้างเคียงจากสิวไม่ว่าจะเป็นหลุมสิว รอยดำ เรารู้ว่าต้องเลือกเคสอย่างไรให้เหมาะกับการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  2. ทุกเคสต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย รักษา กดสิว ฉีดสิว ทำหัตถการ ติดตามอาการโดยแพทย์เท่านั้น การรักษาจะถูกวางแผนให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน เราไม่มีระบบยาชุดที่ทุกคนที่ไปได้ยาชุดเดียวกันหมด เราออกแบบการรักษาให้จำเพาะกับคนไข้แต่ละคน
  3. เราใช้นวัตกรรมในการรักษาที่มีงานวิจัยหรือข้อมูลทางการแพทย์มารองรับ
  4. แพทย์ใส่แว่นตาขยายกำลังสูง (Loupes) ในการรักษา จึงทำให้เห็นต่อมไขมันและใช้ Acgen จี้ต่อมไขมันที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ
  5. ราคาสมเหตุผล จริงใจตรงไปตรงมา ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีพนักงานขาย
acgen แพทย์ แว่นขยาย มิ่งขวัญคลินิก
ภาพปกติ ภาพขยายจากการใส่ loupes
ตัวอย่างภาพจากการดูปกติกับผ่านแว่นขยาย loupes

รีวิวผลลัพธ์การรักษาสิวด้วยคลื่นวิทยุ

***ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล*** ***ไม่ได้ใช้ photoshop ในการตกแต่งสิว***

ผลลัพธ์ Acgen ผลลัพธ์ Acgen

ค่าใช้จ่ายในการรักษา

  ขึ้นกับจำนวนช็อตในการใช้รักษา โดยทั่วไปสิวอักเสบขนาดใหญ่ใช้ 6 ช็อต, สิวอักเสบขนาดเล็กใช้ 2-5 ช็อตและสิวอุดตันใช้ 1-2 ช็อต
  • ไม่เกิน 50 ช็อต ราคาครั้งละ 1,500 บาท – เหมาะสำหรับสิวอักเสบจำนวนเล็กน้อยไม่เกิน 8 เม็ด
  • ไม่เกิน 100 ช็อต ราคาครั้งละ 2,000 บาท – เหมาะสำหรับสิวอักเสบเล็กน้อย-ปานกลาง
  • ไม่เกิน 200 ช็อต ราคาครั้งละ 3,000 บาท – เหมาะสำหรับสิวอักเสบเปานกลาง
  • Acgen ไม่จำกัดช็อต + ทรีทเมนท์ Acne clear ultimate (มีกดสิว เลเซอร์สิวที่จำเพาะต่อต่อมไขมัน ฉายแสง blue light)
    • ค่าใช้จ่ายในการทำรายครั้ง 8,900 บาท
    • คอร์ส 3 ครั้ง ราคา 22,900 บาท
    • คอร์ส 5 ครั้ง ราคา 29,900 บาท
    • ใช้เวลาในการทำ 2 ชั่วโมง (ทายาชา 1 ชั่วโมง + ทำหัตถการ 1 ชั่วโมง)
    • รายละเอียด Acne clear ultimate สามารถเข้าไปดูได้ที่หน้านี้ค่ะ >>> ทรีทเมนท์รักษาสิว
  • ที่มิ่งขวัญคลินิก แพทย์เป็นผู้ทำเท่านั้น

Acgen นวัตกรรมคลื่นวิทยุในการรักษาสิว Read More »

พิโคเลเซอร์ (Picosecond laser/Picolaser) ผิวเนียน แก้รอยดำ

พิโคเลเซอร์ (Picosecond laser) ที่ช่วยให้ผิวเนียน ละเอียดและแก้รอยดำ

  ช่วงเวลานี้พิโคเลเซอร์ (Picosecond laser/Picolaser) ถือได้ว่าอยู่ในกระแสที่ดังมากในวงการความงาม เกือบทุกคนที่เล่นโซเชียลต้องได้เห็นโฆษณาเกี่ยวกับเลเซอร์ตัวนี้อย่างแน่นอน ทางมิ่งขวัญคลินิกก็ขอเอี่ยวไปกับกระแสนี้ด้วย หลายท่านคงอยากทราบว่าเจ้าพิโคเลเซอร์นี้มันมีดีอะไรถึงโฆษณากันเยอะจัง สามารถอ่านได้ข้างล่างนี้ค่ะ

Picosecond Laser หรือ พิโคเลเซอร์ (Pico Laser) คืออะไร?

  นวัตกรรมเลเซอร์ที่ปฏิวัติวงการเลเซอร์ผิวหนัง พัฒนาต่อยอดให้ดีกว่าเลเซอร์ระบบเดิม โดยสามารถปล่อยพลังงานออกมาแบบสั้นมากๆ คือ 1 ในล้านล้านวินาที ทำให้ใช้พลังงานในการรักษาได้สูงมากส่งผลให้เม็ดสีแตกตัวอย่างละเอียดโดยที่ความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยมากๆ จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าจำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า

Picosecond Laser หรือ Pico Laser (ระบบใหม่) ต่างจาก Q-switch Laser (ระบบเก่า) อย่างไร?

พิโคเลเซอร์ pico Qs-switch laser   Picosecond laser สามารถยิงด้วยพลังงานที่สูงกว่า Q-switch laser มากด้วยความเร็วในการยิงที่สั้นกว่า Q-switch laser ถึง 1,000 เท่า เม็ดสีแตกตัวได้ละเอียดมากกว่า โดยที่ไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมในบริเวณเนื้อเยื่อข้างเคียง ส่งผลให้ผลลัพธ์ในการรักษาดีกว่ามาก ใช้เวลาหรือจำนวนครั้งในการทำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่าและผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่าดีกว่าระบบเดิมทุกด้าน พิโคพสัส picoplus MLA fractional

  นอกจากนี้พิโคเลเซอร์ (Pico laser) ในบางยี่ห้อมีการออกแบบเลนส์ชนิดพิเศษเรียกว่า microlens array ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดฟองอากาศเล็กๆใต้ผิวหนังมากมาย ทำให้สามารถกระตุ้นการซ่อมแซมและการสร้างคอลลาเจนได้ จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาหลุมสิว แผลเป็น และริ้วรอยตื้นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โปรโมชั่น
Pico laser

พิโคเลเซอร์ใช้รักษาอะไรบ้าง?

รักษา พิโคเลเซอร์ pico laser   สามารถรักษาได้ 2 กลุ่มคือ
  1. ปัญหาเม็ดสี (Pigment problem) ได้แก่ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ รอยดำรอยสัก
  2. ปัญหาพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียน (Texture problem) ได้แก่ รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน แผลเป็น ริ้วรอยตื้น รอยแตกลาย

พิโคเลเซอร์ (Pico laser) ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์? ทำห่างกันกี่อาทิตย์?

  • ปัญหาสีผิวคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องทำ 2-6 ครั้ง ทำห่างกัน 2-4 อาทิตย์
  • ปัญหากระแดด กระตื้น ต้องทำ 1-3 ครั้ง ทำห่างกัน 4-6 อาทิตย์
  • ปัญหาฝ้า ต้องทำเลเซอร์ 4-10 ครั้ง ทำห่างกัน 2-4 อาทิตย์
  • ปัญหาจุดด่างดำ รอยสิว ต้องทำเลเซอร์ 2-6 ครั้ง ทำห่างกัน 2 อาทิตย์
  • ปัญหากระลึก ต้องทำเลเซอร์อย่างน้อย 5-6 ครั้งขึ้นกับความเข้ม ทำห่างกัน4-6 อาทิตย์
  • ปัญหารูขุมขนกว้าง ต้องทำเลเซอร์ 3-5 ครั้ง ทำห่างกัน 1 เดือน
  • ปัญหาหลุมสิว แผลเป็น รอยแตกลาย ต้องทำเลเซอร์ประมาณ 4-10 ครั้งขึ้นกับความรุนแรง ความลึกของหลุมสิว ทำห่างกัน 1 เดือน
  • ปัญหารอยสัก จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ใช้ในการสักและความลึกในการสัก ทำห่างกัน 4 อาทิตย์

เครื่องพิโคเลเซอร์ที่มิ่งขวัญคลินิกเป็นอย่างไร?

  • เป็นเครื่อง Picosecond Laser แท้ 1 ใน 5 แบรนด์ ที่ได้รับมาตรฐานและผ่านการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) ผลิตจากบริษัทผลิตเลเซอร์ชั้นนำระดับโลก
  • เป็น Picosecond Laser ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นแรกทำให้มีระยะปล่อยพลังงานสั้นกว่า (450 ps) รวมถึงมีปล่อยพลังงานสูงสุดได้สูงที่สุดถึง 1.8 GW นอกจากนี้ยังสามารถยิงออกมาได้ถึง 4 ช่วงคลื่นได้แก่ 532, 595, 660 และ 1064 ทำให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาเรื่องเม็ดสีได้ทุกสี
  • มีหัวยิง Micro lens array ที่ใช้ในการยิงเลเซอร์เพื่อรักษาเรื่องปัญหาผิวไม่เรียบเนียน สามารถปรับความลึกในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ถึง 3 ความลึก
  • เป็นเครื่องที่มีงานวิจัยในคนเอเชียมากที่สุด
  • เป็นเครื่องมือในการดูแลผิวที่ถือว่าปฏิวัติการรักษาผิวพรรณเราอยากให้คนไข้ของเราได้รับผลการรักษาที่ดี มีประสิทธิภาพสูงสุด

Picosecond laser ที่มิ่งขวัญคลินิก มีกี่โปรแกรมการรักษา?

  • PICO Bright and Rejuvenation (B&R)
    • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับผิวให้ขาวใส สีผิวสม่ำเสมอ ผิวอิ่มฟู ลบเลือนฝ้าและรอยดำ
    • ไม่ต้องพักหน้า หน้าไม่แดงช้ำหลังทำ
    • ทำทุก 2-4 อาทิตย์
  • PICO Scarless and Poreless (S&P)
    • เหมาะสำหรับผู้มีขุมขนกว้าง หลุมสิว แผลเป็น ผิวไม่เรียบเนียน
    • หลังรักษาจะรอยจ้ำหรือเกิดจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechiae) ในจุดที่เป็นหลุมลึกจะมีการช้ำ (purpura) ซึ่งรอยจะหายได้เอง โดยเฉลี่ย 3-7 วัน
    • ทำทุก 4-6 อาทิตย์
  • Picolaser Tattoo
    • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลบรอยสัก สามารถทำได้ทุกสีเพราะมีหัวยิงที่หลากหลาย
    • ทำทุก 4-6 อาทิตย์
  • PICO Pink Lip
    • เหมาะสำหรับผู้มีริมฝีปากคล้ำ
    • ทำทุก 2-4 อาทิตย์
  • PICO Pigment
    • เหมาะกับผู้มีปัญหากระตื้น กระลึก
    • หลังรักษาอาจมีจ้ำเลือดหรือสะเก็ดขึ้น ต้องพักหน้า 7-10 วัน
    • ทำทุก 4-6 อาทิตย์

โปรโมชั่น
Picosecond laser

ตอนทำเลเซอร์เจ็บหรือไม่?

  • ในโหมดการยิงเพื่อปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส รักษาฝ้า ลบเลือนรอยดำคนไข้จะรู้สึกดีดเบาๆที่ผิว (Pain score=1/10) โดยจะเบากว่าการยิงด้วย Q-Switch Laser มาก
  • ในโหมดการยิงเพื่อรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง กระตื้น กระลึก รอยสักจำเป็นต้องใช้พลังงานสูงขึ้นในการรักษา จึงต้องมีการทายาชาทิ้งไว้ก่อนเลเซอร์ประมาณ 30-45 นาทีเพื่อให้คนไข้ไม่เจ็บขณะยิงเลเซอร์ (Pain score 3/10)
  • นอกจากนี้ขณะรักษาจะมีการเป่าลมเย็นเพื่อให้คนไข้สบายผิวและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการรักษา

ยิงพิโคเลเซอร์หน้าต้องห้อเลือดหรือไม่? แดงกี่วัน?

  ขึ้นกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข
  • การยิงปรับให้ผิวขาวใส รอยดำ ฝ้าจางลง หลังทำอาจมีผิวชมพูเรื่อๆหายเองใน 6-24 ชั่วโมง หน้าไม่แดงช้ำหลังทำ ไม่ต้องพักหน้าสามารถแต่งหน้าได้เลย
  • การยิงรักษารูขุมขนกว้าง หลุมสิว แผลเป็น ผิวไม่เรียบเนียน หลังรักษาผิวจะบวมแดง มีรอยจ้ำหรือเกิดจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechiae) ในจุดที่เป็นหลุมลึกจะมีการช้ำ (purpura) อาการบวมแดงจะค่อยๆลดลงสะเก็ดจะหลุดออกไปเองใน 3-7 วัน

เลเซอร์ทำให้หน้าบางหรือไม่?

  ไม่บางลงเพราะการทำเลเซอร์ Picosecond Laser เป็นการระเบิดเม็ดสีอย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่มีการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง การทำเลเซอร์จะช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวหนาตัวขึ้นตามปกติแล้วผิวหนังของเราจะมีการสร้างผิวใหม่และผลัดเซลล์ผิวเก่าทุกๆ 28 วัน

พิโคพลัส picoplus ทำเลเซอร์

การเตรียมตัวก่อนมาทำพิโคเลเซอร์ (Picosecond laser) ต้องทำอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดอย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนทำเลเซอร์
  • แจ้งแพทย์ก่อนทำเลเซอร์เรื่อง
    1. ประวัติยาทานที่ทานอยู่
    2. ประวัติการแพ้ยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาชาชนิดทา
    3. โรคประจำตัวเช่นลมชัก ผื่นแพ้แสง เบาหวาน มะเร็งผิวหนัง
    4. ตั้งครรภ์
    5. ประวัติการเป็นเริมซ้ำๆ
    6. ประวัติร้อยไหมทองคำ
  • ควรเลี่ยงการทำเลเซอร์หากมีแผลเปิด แผลถลอกยังรักษาไม่หาย
  • งดเลเซอร์หากเพิ่งฉีดโบทูลินัมท็อกซินหรือฟิลเลอร์มาไม่เกิน 2 อาทิตย์

การดูแลหลังทำพิโคเลเซอร์ (Picolaser) ทำอย่างไร?

  • หลังทำเลเซอร์ “ต้อง” ทาครีมกันแดด SPF อย่างน้อย 30 ทุกวันถึงแม้ไม่ออกแดด ใช้ครีมกันแดดอย่างน้อย 2 ข้อนิ้วในการทาบริเวณผิวหน้า
  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เมื่อออกแดดควรกางร่มหรือใส่หมวกปีกกว้าง
  • หลีกเลี่ยงไอร้อนจัดเช่นการทำซาวน่า การแช่น้ำร้อนอย่างน้อย 2 อาทิตย์หลังเลเซอร์
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า สครับหน้า การเสียดสีผิวบริเวณที่ทำอย่างน้อย 1 อาทิตย์หลังทำเลเซอร์
  • 5 วันหลังเลเซอร์ ควรทำความสะอาดผิว เช็ดหน้า ล้างหน้าด้วยความอ่อนโยน
  • งดสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารปรับผิวขาว สารผลัดเซลล์ผิวเช่น AHA, BHA, วิตามินเอ 1 อาทิตย์หลังทำเลเซอร์
  • ทายาและทานยาตามแพทย์สั่ง
  • การยิง PICO Bright and Rejuvenation จะไม่มีสะเก็ด ไม่ต้องพักหน้าสามารถแต่งหน้าหลังทำเลเซอร์ได้เลย
  • การยิง PICO Scarless and Poreless จะมีการบวมแดง จุดเลือดออกใต้ผิว ซึ่งจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน คนไข้ต้องหลีกเลี่ยงแต่งหน้า 1 วันหลังเลเซอร์

พิโคเลเซอร์ (Picosecond laser/Picolaser) ผิวเนียน แก้รอยดำ Read More »

รักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision)

รักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision)

  การตัดพังผืดหลุมสิวหรือที่เรียกว่า subcision นั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการรักษาหลุมสิวนอกเหนือจากการใช้เลเซอร์หรือการฉีดยากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาเทคนิคขึ้นไปมาก ที่มิ่งขวัญคลินิกเราจึงได้สร้างเครื่องมือตัดพังผืดขึ้นมาโดยเฉพาะและผสมผสานเทคนิคการตัดพังผืดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ในบทความนี้จะพูดถึงรายละเอียดการตัดพังผืดว่าคืออะไร มีวิธีทำอย่างไร

พังผืดหลุมสิวคืออะไร

  • คำว่าพังผืดในทางการแพทย์จะเรียกว่า fibrosis
  • เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อหรือผิวหนังเมื่อได้รับบาดแผลลึก (เช่น แผลผ่าตัด) หรือเกิดการอักเสบรุนแรง (เช่น สิวอักเสบเม็ดใหญ่) จะกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซ่มตัวเองและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่แต่มีการจัดเรียงตัวผิดปกติ
  • ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการแข็งตัวและมีการดึงรั้งของแผล
  • ในชีวิตจริงคนไข้น่าจะเคยเห็นแผลเป็นขนาดใหญ่จะมีลักษณะแข็งๆ ข้างใต้ผิวหรือตอนที่รับประทานเนื้อสัตว์แล้วเคี้ยวโดนบริเวณแข็งๆ โดยก้อนแข็งๆ ดังกล่าวก็คือพังผืดทั้งสิ้น
  • ในกรณีที่มีสิวอักเสบขนาดใหญ่ที่มีโพรงหนองข้างใต้ เมื่อสิวหายดีผิวหนังจะยุบตัวบริเวณที่เป็นโพรงและเมื่อมีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อใต้ผิวจะเกิดพังผืดรั้งผิวด้านบนไว้ ทำให้เห็นหลุมสิว
กลไก สิว
รูปชิ้นเนื้อแสดงให้เห็นว่ามีคอลลาเจนผิดปกติ (สีน้ำเงิน) บริเวณใต้ต่อหลุมสิวซึ่งก็คือพังผืดที่ไปรั้งผิวด้านบน

พังผืดเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไร

  ตั้งแต่ 1 เดือนแรกหลังเกิดหลุมสิวจะเริ่มเกิดการสร้างพังผืดขึ้นมา พังผืดจะมีใหญ่และแข็งขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา เมื่อผ่านไป 6-12 เดือนพังผืดจะมีความแข็งมากและยากต่อการรักษาหลุมสิว มีวิธีสังเกตุง่ายๆ จากสีของหลุมสิว หากหลุมสิวยังสีแดงชมพูจะเป็นหลุมสิวใหม่รักษาไม่ยากแต่เมื่อหลุมสิวสีผิวเป็นปกติแล้วจะเป็นหลุมสิวเก่ามีพังผืดข้างใต้มากซึ่งยากต่อการรักษา

รักษาหลุมสิวต้องตัดพังผืดหรือ subcision ทุกหลุมไหม

  ขึ้นกับหลายปัจจัยดังนี้
  • เป็นหลุมสิวใหม่หรือเก่า ถ้าเป็นหลุมใหม่ก็ยังไม่จำเป็นต้องตัดพังผืด สามารถใช้เครื่องมือกลุ่มเลเซอร์อย่างเดียวรักษาได้เลย แต่ถ้าเป็นหลุมเก่าก็ควรตัดพังผืดร่วมด้วย
  • ตำแหน่งของหลุมสิว เช่น บริเวณแก้มจะเป็นบริเวณที่ง่ายและปลอดภัยต่อการตัดพังผืด ในขณะที่บริเวณหน้าผากหรือจมูกเป็นที่มีความเสี่ยงและผิวหนังบาง จะไม่ค่อยคุ้มที่จะตัดพังผืดนัก (ทั้งนี้ขึ้นกับวิจารณญาณของแพทย์ว่าสมควรทำหรือไม่)

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

การทำ subcision ทำอย่างไร

  • หลักการคือใช้เครื่องมือสอดผ่านผิวหนังชั้นบนแล้วเข้าไปเซาะหรือตัดพังผืดที่อยู่ใต้หลุมสิว ขณะที่ทำการตัดพังผืดคนไข้จะได้ยินเสียง snap sound ที่มีเสียงเหมือนมีอะไรขาดจากกัน หลังจากตัดพังผืดเสร็จ หลุมสิวจำนวนนึงมักจะยกตัวขึ้นมา ทั้งนี้การตัดพังผืดจะได้ประสิทธิภาพแค่ไหนขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทของหลุมสิว เครื่องมือที่ใช้ในการตัดพังผืด เทคนิคในการตัดพังผืดและระยะเวลาที่ใช้ในการตัดพังผืด
  • เครื่องมือในการตัดพังผืดที่นิยมในปัจจุบันแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
  1. เข็มแหลม เป็นการใช้เข็มเจาะเลือกมาดัดแปลงส่วนปลายให้มีลักษณะเหมือนใบมีด ข้อดีของเครื่องมือนี้คือตัดพังผืดได้ดีมาก แต่ก็ให้เกิดเลือดออกได้มาก ทำให้เกิดรอยช้ำเป็นเวลานานและหากตัดพังผืดโดยไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้ไปทำอันตรายต่อเส้นประสาท ท่อน้ำลาย หรือกล้ามเนื้อหน้าได้
  2. เข็มทู่ เป็นการใช้เข็ม cannula ที่มักนำมาใช้ในการฉีดฟิวเลอร์/สารเติมเต็ม/สารกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ข้อดีของเข็มชนิดนี้คือมีความปลอดภัยต่อเส้นประสาท ท่อน้ำลาย หรือกล้ามเนื้อใบหน้ามากกว่าเครื่องมือตัวอื่น แต่ความสามารถในการตัดพังผืดจะน้อยสุด
  3. เครื่องมือพิเศษ ที่นำข้อดีของเข็มแหลมและเข็มทู่เข้ามาไว้ด้วยกัน โดยเครื่องมือชนิดนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อตัดพังผืดโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องสั่งซื้อนำเข้ามาจากต่างประเทศ ข้อดีของเครื่องมือหลุ่มนี้คือตัดพังผืดได้ดี เกิดรอยช้ำน้อย และมีความเสี่ยงต่ำต่อการไปทำอันตรายเส้นประสาท ท่อน้ำลายหรือกล้ามเนื้อใบหน้า (เมื่อใช้เทคนิคการผ่าตัดถูกต้อง)
  ที่มิ่งขวัญคลินิกเราออกแบบเครื่องมือพิเศษสำหรับการตัดพังผืด ทำให้สามารถตัดพังผืดใบหน้าได้ดี เกิดรอยช้ำน้อย ทำให้หลุมสิวตื้นได้ดีขึ้น
หลักการ ตัดพังผืด subcision
คลิปแสดงวิธีตัดพังผืดชั้นลึก หากเปิดเสียงจะได้ยินเสียง Snap sound ที่ลักษณะพังผืดฉีกขาดออกจากกัน

การตัดพังผืดมีกี่ชั้น

  • ต้องเข้าใจก่อนว่าผิวหนังเรามี 3 ชั้น ประกอบไปด้วย 1. ชั้นหนังกำพร้าที่มีความหนาน้อยมาก (น้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร) เป็นชั้นที่มีการผลัดผิวสร้างขี้ไคล 2. ช้้นหนังแท้ซึ่งเป็นชั้นที่มีความแข็งแรงมากทำหน้าที่ปกป้องห่อหุ้มร่างกาย 3. ช้้นไขมันใต้ผิว
  • พังผืดหลุมสิวจะเกิดเฉพาะบริเวณชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อของชั้นหนังแท้และชั้นไขมันจะมีพังผืดมากเป็นพิเศษ
  • ปัจจุบันยังไม่มีการนิยามว่าการตัดพังผืดมีกี่ชั้น จึงขึ้นกับแพทย์หรือคลินิกจะต้้งกันเอง (จะ 3 ชั้น 5 ชั้น 10 ช้้นหรือ 100 ชั้นก็ได้ ขึ้นกับคำอธิบายและเหตุผลทางการตลาด) สำหรับมิ่งขวัญคลินิกเราจะทำการตัดพังผืดชั้นตื้น (บริเวณชั้นหนังแท้และรอยต่อช้้นไขมัน) และชั้นลึกที่อยู่ในชั้นไขมัน โดยใช้เครื่องมือตัดคนละชนิดกันเพื่อประสิทธิภาพในการตัดที่ดีที่สุด

รีวิวการตัดพังผืดหลุมสิว

  ผลลัพธ์การตัดพังผืดขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่
  • ประเภทหลุมสิว โดยหลุมสิวลูกคลื่น (rolling scar) จะได้ผลดีสุด
  • อายุคนไข้ ยิ่งอายุน้อยผลลัพธ์มักจะดีกว่า
  • ความหนาและปริมาณพังผืด
  • เทคนิคและเครื่องมือในการผ่าตัด
  • การผสมผสานวิธีการรักษาหลุมสิวอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เช่น เลเซอร์หรือการฉีดยากระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มักจะทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

  ***ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล*** ***ไม่ได้ใช้ photoshop ในการตกแต่งหลุมสิว***

รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision
รูป 1 – Double lasers and double subcisions จำนวน 1 ครั้ง
**สังเกตว่าแม้บริเวณหน้าผากที่รักษาหลุมได้ยากก็สามารถทำให้หลุมตื้นขึ้นได้ถ้าใช้เทคนิคการตัดหลุมสิวที่ถูกต้อง
รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision2
รูป 2 – Double lasers and double subcisions จำนวน 1 ครั้ง
รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision3
รูป 3 – Double lasers and double subcisions
รีวิว ตัดพังผืด หลุมสิว subcision4
รูป 4 – เลเซอร์และตัดพังผืดจำนวน + ฉีด PN

ตัดพังผืดแล้วควรทำเลเซอร์หรือฉีดยากระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วยไหม

  แนะนำให้ทำร่วม เพราะการตัดพังผืดอย่างเดียวไม่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตรงหลุมสิวได้ หลุมสิวจะไม่หนาตัวหรือตื้นขึ้นมาได้ดีเท่าที่ควร

ดูรูปรีวิว
รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม

ราคาในการตัดพังผืด

  คงต้องยกตัวอย่างการทำจมูกที่มีหลายราคาตั้งแต่เกือบหมื่นจนถึงห้าหกแสนโดยขึ้นกับเทคนิคและระยะเวลาผ่าตัด ราคาของการตัดพังผืดก็เช่นเดียวกันที่ขึ้นกับเทคนิค เครื่องมือตัดพังผืด และระยะเวลาตัดพังผืด (มีต้้งแต่ใช้เวลา 3-5 นาทีจนไปถีง 30-60 นาที) โดยปัจจุบันราคามักจะอยู่หลักพันต้นๆ จนถึงราคาหลักหมื่นบาท ทั้งนี้แนะนำคนไข้เข้าไปคุยกับแพทย์ที่คลินิกโดยตรงเพื่อสอบถามหลายละเอียดเหล่านี้เพิ่มเติม

  • ค่าใช้จ่ายตัดพังผืดที่คลินิกมิ่งขวัญด้วยเทคนิค Double subcisions (เฉพาะกรณีทำคู่กับเลเซอร์หรือฉีด Biostimulator ร่วมด้วย)
    ทั่วหน้า: 7,900 บาท
    แก้ม 2 ข้าง: 5,900 บาท
    ขมับ: 2,500 บาท
  • กรณีที่ทำเลเซอร์และฉีดยากระตุ้นหลุมสิวร่วมด้วยสามารถเข้าไปดูราคาได้ที่หน้านี้ >>> Double lasers and subcisions

รักษาหลุมสิวด้วยการตัดพังผืดหลุมสิว (Subcision) Read More »

รักษาสิวอย่างไรโดยไม่กินยา?

รักษาสิวโดยไม่กินยา ทำได้ไหม?

  ในปัจจุบันการรักษาสิวโดยไม่กินยามีความเป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่การรักษาสิวโดยไม่กินยาทำได้ยากและมีข้อจำกัดอยู่เฉพาะกรณีที่เป็นสิวเล็กน้อยหรือสิวจากเครื่องสำอางค์ที่ไม่รุนแรงเท่านั้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การรักษาสิวโดยไม่พึ่งยาทานมีแนวโน้มที่ดีขึ้น คือ การพัฒนาของยาทาชนิดใหม่ เครื่องเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดต่อมไขมันและสิวโดยเฉพาะ รวมถึงการใช้คลื่นความถี่วิทยุ (monopolar RF) ซึ่งช่วยลดขนาดของต่อมไขมันให้เล็กลง ทำให้สิวลดลงโดยไม่จำเป็นต้องพบแพทย์บ่อยครั้ง และในบางรายอาจหายขาดจากสิวได้เลยทีเดียว

ทำไมถึงต้องกินยารักษาสิว?

  เราต้องรู้ก่อนว่ายากินรักษาสิวแบ่งออกเป็น

  1. ยากินแบบชั่วคราว เช่น ยาฆ่าเชื้อ แพทย์จะสั่งให้เมื่อมีสิวอักเสบจำนวนมากและหยุดให้เมื่อสิวอักเสบดีขึ้น โดยทั่วไปจะให้ทาน 1-2 สัปดาห์ ในกลุ่มยาประเภทนี้แนะนำให้คนไข้กินยาเพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงและกินเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ถ้ามีเหตุผลที่ไม่สามารถกินยาได้ก็เปลี่ยนวิธีเป็นเลเซอร์หรือ monopolar RF pen ที่จะกล่าวถึงในบทความข้างล่างค่ะ
  2. ยากินอีกจำพวก เช่น ยาลดการทำงานของต่อมไขมัน ยาคุมกำเนิด หรือยาที่ลดการทำงานของฮอร์โมนเพศชาย ยาเหล่านี้นำมาใช้เฉพาะคนที่เป็นสิวรุนแรงหรือสิวฮอร์โมนที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งยาในกลุ่มนี้แหละที่คนไข้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากกินเนื่องจากต้องกินยาติดต่อเป็นเวลานานหลายเดือน
  • แพทย์มีเกณฑ์ในการให้ยารักษาสิวโดยสงวนไว้ใช้ในการรักษาสิวที่รุนแรง สิวที่ควบคุมไม่ได้ด้วยการใช้ยาทาเพียงอย่างเดียวหรือเป็นสิวเรื้อรังที่เราไม่สามารถกำจัดสาเหตุสิวได้ก็จำเป็นที่จะต้องกินยา โดยยาที่ให้ในคนไข้เหล่านี้เป็นพวกยาลดการทำงานของต่อมไขมัน หรือยาคุมกำเนิดซึ่งขึ้นกับวิจารญาณของแพทย์ที่ให้การรักษา
  • เหตุที่ต้องให้กินยาเนื่องจากหากปล่อยให้สิวรุนแรงต่อไปจะทำให้มีสิวอักเสบจำนวนมากและเกิดเป็นหลุมสิวที่ยากต่อการรักษา
  • การหาสาเหตุของสิวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จากประสบการณ์ของหมอในคนไข้ที่หาสาเหตุได้จะทำให้รักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างมาก บางคนแค่ใช้ยาทาเพียง 2-4 สัปดาห์แล้วสิวหายสนิทไปเลยก็มี สำหรับสาเหตุของสิวสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ค่ะ >>> สาเหตุของสิว

รักษาสิว
ไม่กินยา

แล้วกรณีไหนที่ห้ามกินยาหรือต้องไม่กินยา

  • ในกลุ่มสิววัยรุ่น เนื่องจากยาทำให้กระดูกหยุดการเจริญเติบโตหรือพูดง่ายๆ ว่าทำให้หยุดสูง หรือไปรบกวนฮอร์โมนเพศซึ่งอาจทำให้ไปการเจริญเติบโตของร่างกายผิดปกติไป
  • ในผู้หญิงที่วางแผนจะมีบุตร เนื่องจากยาเหล่านี้ทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติ มีเพศกำกวม เกิดการแท้งบุตร หรือการกินยาคุมกำเนิดก็ไม่สามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้
  • เมื่อมีอาการแพ้ยาดังกล่าว
  • มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคตับ โรคไต ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม

รักษาสิวโดยไม่กินยา ด้วยยาทาและเวชสำอางค์

  การรักษาสิวด้วยยาทาและเวชสำอางค์นับเป็นวิธีหลักที่แพทย์นำมาใช้เป็นอันดับแรก เพราะเป็นวิธีที่ประหยัด สามารถใช้ได้ต่อเนื่อง ค่อนข้างปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อยหรือไม่มีเลย และคนไข้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาคลินิก/โรงพยาบาลเพื่อมารักษาบ่อยๆ

  • ยาทารักษาสิวมีหลายชนิดมาก เช่น ยากลุ่มผลัดลอกผิว ยากลุ่มวิตามินเอ ยาฆ่าเชื้อ ยาทารักษาสิวฮอร์โมน และในปัจจุบันมียาทาชนิดใหม่ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง (โดยเฉพาะในต่างประเทศ) ที่มิ่งขวัญคลินิกมียาทา 7 ชนิดที่นำมาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผิวหน้าและสาเหตุสิวของคนไข้แต่ละคน
  • กลุ่มเวชสำอางค์สำหรับสิว คือ กลุ่มเครื่องสำอางค์ที่ทำไว้สำหรับผิวของคนไข้ที่เป็นสิว โดยมีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวหรือไม่มีสารกระตุ้นสิว แต่อย่างไรก็ประสิทธิภาพในการรักษาสิวของกลุ่มเวชสำอางค์ก็ไม่สามารถเทียบได้กับยารักษาสิว
  • การเลือกใช้ยาและเวชสำอางค์ให้เหมาะสมกับสาเหตุของสิวและสภาพผิวของคนไข้มีส่วนสำคัญมาก กลุ่มคนผิวมันและผิวแข็งแรงจะเหมาะกับกลุ่มยาหรือเวชสำอางค์แบบนึง ในขณะที่คนผิวแห้งผิวแพ้ง่ายก็จะเหมาะกับยาหรือเวชสำอางค์อีกประเภทนึง จึงไม่สูตรตายตัว

รักษาสิวด้วยเลเซอร์

รักษาสิว เลเซอร์   ในปัจจุบันมีการนำเลเซอร์มาใช้ในการรักษาปัญหาผิวหน้าหลายชนิด เช่น ริ้วรอย รอยแดง รอยดำ รวมถึงหลุมสิว แต่มีเลเซอร์เพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถรักษาสิวได้โดยตรง โดยการทำลายต่อมไขมันที่เป็นต้นเหตุของสิว ทำให้ผิวหน้ามันน้อยลง และเกิดสิวใหม่ได้ยากขึ้น ทว่า เนื่องจากเป็นเครื่องเลเซอร์เฉพาะทาง คลินิกส่วนใหญ่จึงมักไม่มีเครื่องชนิดนี้
  • เลเซอร์รักษาสิวใช้ความยาวคลื่นที่จำเพาะต่อน้ำมัน ทำให้เกิดความร้อนที่ต่อมไขมัน ส่งผลให้ต่อมไขมันฝ่อลง
  • ผลลัพธ์สามารถเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ส่วนใหญ่แนะนำให้ทำ 3-6 ครั้ง
  • คนไข้จะรู้สึกอุ่นๆ บริเวณผิวหน้าระหว่างทำ ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บจึงไม่จำเป็นต้องแปะยาชาทาก่อนทำ

ใช้ Monopolar RF Pen ทำให้สิวยุบโดยไม่ต้องกินยา

Acgen monopolar RF   เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือรักษาสิวโดยตรง หลักการของ Monopolar RF Pen คือเครื่องจะปล่อยคลื่นวิทยุหรือ Radiofrequency (RF) ผ่านหัวเข็มพิเศษขนาดเล็กลงสู่ต่อมไขมันจุดที่มีปัญหาโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันจุดนั้นฝ่อ ลดการขับน้ำมัน จบปัญหาสิวจากต้นตอ
  • เหมาะสำหรับสิวที่เป็นเรื้อรังและเป็นบริเวณเดิมซ้ำๆ โดยทั่วไปสิวประเภทนี้มักมีความผิดปกติของรูขุมขนทำให้เกิดสิวซ้ำๆ
  • สิวที่โดนรักษาจะมีขนาดเล็กลง ผลิตน้ำมันหรือสิวได้น้อยลง
  • ไม่ทำให้ผิวแห้ง จึงเหมาะกับสิวที่เกิดกับคนไข้ผิวแห้ง
  • แนะนำทำเดือนละครั้งต่อเนื่องกัน 3-5 ครั้ง
  • รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถกดเข้าไปอ่านที่ >>> บทความ Monopolar RF

การรักษาแบบหลายเทคนิคผสมผสานกัน

  จะเห็นได้่ว่าปัจจุบันมีทั้งยาทาและเครื่องมือในการรักษาสิวมากขึ้น ทางคลินิกจึงได้ผสมผสานการรักษาเข้าด้วยกันเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้นและเกิดข้างเคียงน้อยที่สุด แต่การเลือกวิธีการรักษาเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเข้าใจสาเหตุของสิวและสภาพผิวหน้าของคนไข้ก่อนเพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมที่สุดกับคนไข้ในแต่ละคน กรณีที่คนไข้ไม่ทราบว่าจะรักษาสิวอย่างไรดี แนะนำให้เข้ามาตรวจกับแพทย์ที่คลินิกก่อนได้ค่ะ

รักษาสิว
ไม่กินยา

ตัวอย่างคนไข้รักษาสิวที่ไม่กินยาแต่สิวก็ดีขึ้นได้

คนไข้ รักษาสิว ไม่กินยา
รูป 1 – เลเซอร์รักษาสิวและยาทา
คนไข้ รักษาสิว ไม่กินยา
รูป 2 – เลเซอร์รักษาสิวและ Monopolar RF Pen

รักษาสิวอย่างไรโดยไม่กินยา? Read More »

พิโคพลัส (PicoPlus) แนวหน้าพิโคเลเซอร์ Picolaser

พิโคพลัส PicoPlus หนึ่งในเครื่องพิโคเลเซอร์ (Pico laser) ที่ช่วยให้ผิวเนียน ละเอียดและแก้รอยดำ

  ช่วงเวลานี้พิโคเลเซอร์ (Pico laser) ถือได้ว่าอยู่ในกระแสที่ดังมากในวงการความงาม เกือบทุกคนที่เล่นโซเชียลต้องได้เห็นโฆษณาเกี่ยวกับเลเซอร์ตัวนี้อย่างแน่นอน ทางมิ่งขวัญคลินิกก็ขอเอี่ยวไปกับกระแสนี้ด้วยเครื่องพิโคพลัส PicoPlus ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครื่องชั้นแนวหน้าของตระกูล Pico laser หลายท่านคงอยากทราบว่าเจ้าพิโคเลเซอร์นี้มันมีดีอะไรถึงโฆษณากันเยอะจัง และเจ้า PicoPlus มันมีดีอะไรถึงเป็นเครื่องระดับแนวหน้า สามารถอ่านได้ข้างล่างนี้ค่ะ

Picosecond Laser หรือ พิโคเลเซอร์ (Pico Laser) คืออะไร?

  นวัตกรรมเลเซอร์ที่ปฏิวัติวงการเลเซอร์ผิวหนัง พัฒนาต่อยอดให้ดีกว่าเลเซอร์ระบบเดิม โดยสามารถปล่อยพลังงานออกมาแบบสั้นมากๆ คือ 1 ในล้านล้านวินาที ทำให้ใช้พลังงานในการรักษาได้สูงมากส่งผลให้เม็ดสีแตกตัวอย่างละเอียดโดยที่ความร้อนที่เกิดขึ้นน้อยมากๆ จึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าจำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า

Picosecond Laser หรือ Pico Laser (ระบบใหม่) ต่างจาก Q-switch Laser (ระบบเก่า) อย่างไร?

พิโคเลเซอร์ pico Qs-switch laser   Picosecond laser สามารถยิงด้วยพลังงานที่สูงกว่า Q-switch laser มากด้วยความเร็วในการยิงที่สั้นกว่า Q-switch laser ถึง 1,000 เท่า เม็ดสีแตกตัวได้ละเอียดมากกว่า โดยที่ไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมในบริเวณเนื้อเยื่อข้างเคียง ส่งผลให้ผลลัพธ์ในการรักษาดีกว่ามาก ใช้เวลาหรือจำนวนครั้งในการทำน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่าและผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่าดีกว่าระบบเดิมทุกด้าน พิโคพสัส picoplus MLA fractional

  นอกจากนี้พิโคเลเซอร์ (Pico laser) มีการออกแบบเลนส์ชนิดพิเศษเรียกว่า microlens array ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดฟองอากาศเล็กๆใต้ผิวหนังมากมาย ทำให้สามารถกระตุ้นการซ่อมแซมและการสร้างคอลลาเจนได้ จึงสามารถนำมาใช้ในการรักษาหลุมสิว แผลเป็น และริ้วรอยตื้นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โปรโมชั่น
Pico laser

พิโคเลเซอร์ใช้รักษาอะไรบ้าง?

รักษา พิโคเลเซอร์ pico laser   สามารถรักษาได้ 2 กลุ่มคือ
  1. ปัญหาเม็ดสี (Pigment problem) ได้แก่ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ รอยดำรอยสัก
  2. ปัญหาพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียน (Texture problem) ได้แก่ รูขุมขนกว้าง หลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน แผลเป็น ริ้วรอยตื้น รอยแตกลาย

พิโคเลเซอร์ (Pico laser) ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์? ทำห่างกันกี่อาทิตย์?

  • ปัญหาสีผิวคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องทำ 2-6 ครั้ง ทำห่างกัน 2-4 อาทิตย์
  • ปัญหากระแดด กระตื้น ต้องทำ 1-3 ครั้ง ทำห่างกัน 4-6 อาทิตย์
  • ปัญหาฝ้า ต้องทำเลเซอร์ 4-10 ครั้ง ทำห่างกัน 2-4 อาทิตย์
  • ปัญหาจุดด่างดำ รอยสิว ต้องทำเลเซอร์ 2-6 ครั้ง ทำห่างกัน 2 อาทิตย์
  • ปัญหากระลึก ต้องทำเลเซอร์อย่างน้อย 5-6 ครั้งขึ้นกับความเข้ม ทำห่างกัน4-6 อาทิตย์
  • ปัญหารูขุมขนกว้าง ต้องทำเลเซอร์ 3-5 ครั้ง ทำห่างกัน 1 เดือน
  • ปัญหาหลุมสิว แผลเป็น รอยแตกลาย ต้องทำเลเซอร์ประมาณ 4-10 ครั้งขึ้นกับความรุนแรง ความลึกของหลุมสิว ทำห่างกัน 1 เดือน
  • ปัญหารอยสัก จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ใช้ในการสักและความลึกในการสัก ทำห่างกัน 4 อาทิตย์

ทำไมมิ่งขวัญคลินิกถึงเลือกใช้เครื่องพิโคพลัส (PICOPLUS) ในการรักษาคนไข้ของเรา?

พิโคพลัส picoplus
  • PICOPLUS เป็นเลเซอร์ Picosecond Laser แท้ 1 ใน 5 แบรนด์ ที่ได้รับมาตรฐานและผ่านการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA) ผลิตจากบริษัท Lutronics ที่เป็นบริษัทผลิตเลเซอร์ชั้นนำระดับโลก
  • PICOPLUS เป็น Picosecond Laser ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นแรกทำให้มีระยะปล่อยพลังงานสั้นกว่า (450 ps) รวมถึงมีปล่อยพลังงานสูงสุดได้สูงที่สุดถึง 1.8 GW นอกจากนี้ยังสามารถยิงออกมาได้ถึง 4 ช่วงคลื่นได้แก่ 532, 595, 660 และ 1064 ทำให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาเรื่องเม็ดสีได้ทุกสี
  • หัวยิง Micro lens array ของ PICOPLUS ที่ใช้ในการยิงเลเซอร์เพื่อรักษาเรื่องปัญหาผิวไม่เรียบเนียน สามารถปรับความลึกในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ถึง 3 ความลึก
  • PICOPLUS เป็นเครื่องที่มีงานวิจัยในคนเอเชียมากที่สุด
  • PICOPLUS เป็นเครื่องมือในการดูแลผิวที่ถือว่าปฏิวัติการรักษาผิวพรรณเราอยากให้คนไข้ของเราได้รับผลการรักษาที่ดี มีประสิทธิภาพสูงสุด

พิโคพลัส (PICOPLUS) ที่มิ่งขวัญคลินิก มีกี่โปรแกรมการรักษา?

  • PICOPLUS Bright and Rejuvenation (B&R)
    • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับผิวให้ขาวใส สีผิวสม่ำเสมอ ผิวอิ่มฟู ลบเลือนฝ้าและรอยดำ
    • ไม่ต้องพักหน้า หน้าไม่แดงช้ำหลังทำ
    • ทำทุก 2-4 อาทิตย์
  • PICOPLUS Scarless and Poreless (S&P)
    • เหมาะสำหรับผู้มีขุมขนกว้าง หลุมสิว แผลเป็น ผิวไม่เรียบเนียน
    • หลังรักษาจะรอยจ้ำหรือเกิดจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechiae) ในจุดที่เป็นหลุมลึกจะมีการช้ำ (purpura) ซึ่งรอยจะหายได้เอง โดยเฉลี่ย 3-7 วัน
    • ทำทุก 4-6 อาทิตย์
  • PICOPLUS Tattoo
    • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลบรอยสัก โดย PICOPLUS สามารถทำได้ทุกสีเพราะมีหัวยิงที่หลากหลาย
    • ทำทุก 4-6 อาทิตย์
  • PICOPLUS Pink Lip
    • เหมาะสำหรับผู้มีริมฝีปากคล้ำ
    • ทำทุก 2-4 อาทิตย์
  • PICOPLUS Pigment
    • เหมาะกับผู้มีปัญหากระตื้น กระลึก
    • หลังรักษาอาจมีจ้ำเลือดหรือสะเก็ดขึ้น ต้องพักหน้า 7-10 วัน
    • ทำทุก 4-6 อาทิตย์

โปรโมชั่น
PicoPlus

PICOPLUS Pico Laser เจ็บหรือไม่?

  • ในโหมดการยิงเพื่อปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส รักษาฝ้า ลบเลือนรอยดำคนไข้จะรู้สึกดีดเบาๆที่ผิว (Pain score=1/10) โดยจะเบากว่าการยิงด้วย Q-Switch Laser มาก
  • ในโหมดการยิงเพื่อรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง กระตื้น กระลึก รอยสักจำเป็นต้องใช้พลังงานสูงขึ้นในการรักษา จึงต้องมีการทายาชาทิ้งไว้ก่อนเลเซอร์ประมาณ 30-45 นาทีเพื่อให้คนไข้ไม่เจ็บขณะยิงเลเซอร์ (Pain score 3/10)
  • นอกจากนี้ขณะรักษาจะมีการเป่าลมเย็นเพื่อให้คนไข้สบายผิวและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการรักษา

ยิงพิโคเลเซอร์หน้าต้องห้อเลือดหรือไม่? แดงกี่วัน?

  ขึ้นกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข
  • การยิงปรับให้ผิวขาวใส รอยดำ ฝ้าจางลง หลังทำอาจมีผิวชมพูเรื่อๆหายเองใน 6-24 ชั่วโมง หน้าไม่แดงช้ำหลังทำ ไม่ต้องพักหน้าสามารถแต่งหน้าได้เลย
  • การยิงรักษารูขุมขนกว้าง หลุมสิว แผลเป็น ผิวไม่เรียบเนียน หลังรักษาผิวจะบวมแดง มีรอยจ้ำหรือเกิดจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechiae) ในจุดที่เป็นหลุมลึกจะมีการช้ำ (purpura) อาการบวมแดงจะค่อยๆลดลงสะเก็ดจะหลุดออกไปเองใน 3-7 วัน

เลเซอร์ทำให้หน้าบางหรือไม่?

  ไม่บางลงเพราะการทำเลเซอร์ Picosecond Laser เป็นการระเบิดเม็ดสีอย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่มีการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง การทำเลเซอร์จะช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวหนาตัวขึ้นตามปกติแล้วผิวหนังของเราจะมีการสร้างผิวใหม่และผลัดเซลล์ผิวเก่าทุกๆ 28 วัน

พิโคพลัส picoplus ทำเลเซอร์

การเตรียมตัวก่อนมาทำพิโคพลัส (PicoPlus) ต้องทำอย่างไร?

  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดอย่างน้อย 2 อาทิตย์ก่อนทำเลเซอร์
  • แจ้งแพทย์ก่อนทำเลเซอร์เรื่อง
    1. ประวัติยาทานที่ทานอยู่
    2. ประวัติการแพ้ยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาชาชนิดทา
    3. โรคประจำตัวเช่นลมชัก ผื่นแพ้แสง เบาหวาน มะเร็งผิวหนัง
    4. ตั้งครรภ์
    5. ประวัติการเป็นเริมซ้ำๆ
    6. ประวัติร้อยไหมทองคำ
  • ควรเลี่ยงการทำเลเซอร์หากมีแผลเปิด แผลถลอกยังรักษาไม่หาย
  • งดเลเซอร์หากเพิ่งฉีดโบทูลินัมท็อกซินหรือฟิลเลอร์มาไม่เกิน 2 อาทิตย์

การดูแลหลังทำพิโคเลเซอร์ (Picolaser) ทำอย่างไร?

  • หลังทำเลเซอร์ “ต้อง” ทาครีมกันแดด SPF อย่างน้อย 30 ทุกวันถึงแม้ไม่ออกแดด ใช้ครีมกันแดดอย่างน้อย 2 ข้อนิ้วในการทาบริเวณผิวหน้า
  • หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดๆอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เมื่อออกแดดควรกางร่มหรือใส่หมวกปีกกว้าง
  • หลีกเลี่ยงไอร้อนจัดเช่นการทำซาวน่า การแช่น้ำร้อนอย่างน้อย 2 อาทิตย์หลังเลเซอร์
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า สครับหน้า การเสียดสีผิวบริเวณที่ทำอย่างน้อย 1 อาทิตย์หลังทำเลเซอร์
  • 5 วันหลังเลเซอร์ ควรทำความสะอาดผิว เช็ดหน้า ล้างหน้าด้วยความอ่อนโยน
  • งดสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารปรับผิวขาว สารผลัดเซลล์ผิวเช่น AHA, BHA, วิตามินเอ 1 อาทิตย์หลังทำเลเซอร์
  • ทายาและทานยาตามแพทย์สั่ง
  • การยิง PICOPLUS Bright and Rejuvenation จะไม่มีสะเก็ด ไม่ต้องพักหน้าสามารถแต่งหน้าหลังทำเลเซอร์ได้เลย
  • การยิง PICOPLUS Scarless and Poreless จะมีการบวมแดง จุดเลือดออกใต้ผิว ซึ่งจะหายไปเองภายใน 3-7 วัน คนไข้ต้องหลีกเลี่ยงแต่งหน้า 1 วันหลังเลเซอร์

พิโคพลัส (PicoPlus) แนวหน้าพิโคเลเซอร์ Picolaser Read More »

Ultracel โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU และ LIFU

Ultracel โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU และ LIFU

  ครั้งนี้เราจะดูโปรแกรมยกกระชับ Ultracel โดยใช้เครื่องยกกระชับที่ใช้ HIFU และ LIFU เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น นอกจากนี้เครื่องนี้ยังทำงานได้เร็วจึงใช้เวลาทำน้อย เจ็บน้อย และผลลัพธ์ดี ในบทความนี้ทางมิ่งขวัญคลินิกจึงมาเล่ารายละเอียดให้ทุกท่านได้ทราบว่าโปรแกรม Ultracel มีดีอย่างไร

Ultracel คืออะไร?

  Ultracel เป็นโปรแกรมที่ใช้เครื่องยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย High Intensity Focus Ultrasound (HIFU) ทำงานโดยการยิงคลื่น Ultrasound (ใช่แล้วค่ะ Ultrasound ที่ใช่ส่องดูทารกในครรภ์หรืออวัยวะภายในช่องท้อง) ลงไปใต้ผิวหนังโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นบน แล้วคลื่น Ultrasound เหล่านี้จะไปรวมตัวกันเป็นจุดเสมือนใช้เลนส์นูนรวมแสง ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวลึกๆ จึงทำให้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอย สลายไขมัน ไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักหน้า ผิวไม่บาง ประสิทธิภาพสูงแต่เจ็บน้อยมาก

เครื่องในโปรแกรม Ultracel เทียบกับ HIFU เครื่องยกกระชับตัวอื่นอย่างไร?

  • เป็นเครื่องมาตรฐานที่ใช้ในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วโลก
  • มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์โดยเทียบกับเครื่องยกกระชับมาตรฐานที่ผ่าน USFDA
  • ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศเกาหลีและไทย
  • พลังงานที่ปล่อยออกมามีพลังงานสูง เสถียรคงที่ ปล่อยพลังงานอย่างแม่นยำ โดยหัวยิงถูกออกแบบมาพิเศษ ทำให้เวลายิงเจ็บน้อย
  • เป็นเครื่องที่มีหัวยิงชนิดพิเศษที่ยิงพลังงานออกมาเป็นเส้น (Linear Firm) ทำให้ได้พื้นที่ในการรักษามากกว่าระบบจุดสามารถปล่อยพลังงานแบบก้อนพลังงาน (Bulk heating) คล้ายกับเครื่องยกกระชับกลุ่ม Radiofrequency (RF)
  • มีหัวยิงถึง 14 หัว ทำให้สามารถรักษาได้ทุกชั้นผิว

ยกกระชับใบหน้า
ด้วยโปรแกรม Ultracel

Ultracel ช่วยอะไรบ้าง?

  Ultracel ช่วยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้แน่นกระชับ ยกหนังตา ลดริ้วรอยตื้นๆ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวดูละเอียดฟูแน่นขึ้น และที่สำคัญที่แตกต่างจาก HIFU อื่นๆ คื่อ ช่วยสลายไขมัน ช่วยเก็บแก้มและเหนียงได้ดีโดยที่ไม่เจ็บมาก

HIFU ตัวนี้เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับผิวหน้าให้เรียวขึ้น
  • ผู้มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา หนังตาตก ต้องการยกคิ้วยกขึ้น
  • ผู้มีปัญหาแก้มเยอะ ต้องการสลายไขมันแก้ม
  • ผู้มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด เหนียงเยอะ
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับและสลายไขมันบริเวณลำตัวเช่นต้นแขน หน้าท้อง
  • ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน ผิวฟูละเอียด

Ultracel มีหัวยกกระชับกี่ชนิด? เหมาะกับการรักษาอะไร?

หัวยกกระชับ ชนิด Ultracel

  Ultracel ใช้เครื่องที่มีหัวยิงมากถึง 14 ชนิด ทำให้สามารถทำการรักษาได้ทุกระดับความลึกของผิวซึ่งแพทย์จะเป็นผู้เลือกหัวยิงให้เหมาะสมกับปัญหาผิว โดยจำนวนหัวยิงทั้ง 14 ชนิดนี้สามารถจัดกลุ่มเป็น 2 รูปแบบ คือ

Dot cartridge (HIFU)

  • หัวยิงชนิดนี้จะส่ง Micro Focused Ultrasound ลงไปใต้ผิวหนัง ที่ระดับความลึก 1.5 mm./2.0 mm./ 3 mm./ 4.5 mm. เกิดเป็นความร้อนจุดเล็กๆ (Local Heating) ระดับ 65 ถึง 70 องศาเซลเซียส ทำให้ชั้น SMAS หดตัว ส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้น

Linear Firm (LIFU)

  • หัวยิง Ultrasound ตัวแรกของโลกที่ยิงเป็นเส้นความร้อน ทำให้ได้พื้นที่ในการรักษามากกว่าแบบจุด ได้ความร้อนแบบ Bulk heating ใช้ในการสลายไขมัน รีจูผิวให้ฟูเต่งตึง ละเอียด

LIFU หรือ Linear Firm คืออะไร?

  • LIFU หรือ Linear Firm เป็นหัวยิงชนิดพิเศษตัวแรกของโลกที่ที่ยิงพลังงานออกมาแบบเส้น ทำให้ได้พื้นที่รักษามากกว่าแบบจุด
  • LIFU หรือ Linear Firm ปล่อยพลังงานแบบก้อนพลังงาน (Bulk heating) ให้ความร้อนในผิวสูงถึง 58 องศา คล้ายเครื่องยกกระชับกลุ่ม Radiofrequency หรือ RF แต่เครื่องในโปรแกรม Ultracel สามารถกำหนดความลึกในการยิงได้
  • หัวยิงใช้ลึกใช้ในการสลายไขมัน (Fat reduction) หัวตื้นใช้สำหรับงานผิวฟูเต่งตึง (Rejuvenation)

ยกกระชับใบหน้า
ด้วยโปรแกรม Ultracel

หลังทำเห็นผลยกกระชับเมื่อไหร่?

  • หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 10%
  • เห็นผลชัดเจนขึ้นที่ 1 เดือน เห็นผลเต็มที่ที่ 2-3 เดือน ถ้าหลัง 3 เดือนแล้วอยากให้กระชับมากขึ้น สามารถกลับมาทำซ้ำได้

ผลยกกระชับอยู่ได้นานแค่ไหน?

  ผลลัพธ์โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีค่ะ ขึ้นกับพลังงานที่ตั้งจำนวน shot ที่ใช้ในการยิงและการดูแลผิวหลังทำ

HIFU ตัวนี้เจ็บไหม

Hifu Ultracel เจ็บ
  • ขณะทำเจ็บน้อยมากค่ะ ถ้าเทียบกับ HIFU ตัวอื่นๆ ที่หมอเคยใช้มา สามารถทำโดยไม่แปะยาชาได้
  • ขณะที่เครื่องปล่อยพลังงานลงไปเวลายิงหัวแบบ Dot จะรู้สึกอุ่นๆ และจี้ดๆ แต่ละคนจะรู้สึกไม่เท่ากัน ประเมินจาก Pain score จาก 0-10 จะอยู่ประมาณ 1-6 ขึ้นกับความไวในการเจ็บของแต่ละคน
  • ส่วนหัวแบบ Linear Firm จะรู้สึกอุ่นสบาย ไม่เจ็บ

ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร?

  1. ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ทำให้สะอาด
  2. ทายาชาทิ้งไว้ 45 นาที-1 ชั่วโมง
  3. เช็ดยาชาออก
  4. แพทย์ทาเจลอัลตราซาวด์แล้วเริ่มทำหัตถการ ซึ่งจะใช้เวลา 15-45 นาทีโดยจะขึ้นกับจำนวน shot ที่ยิง
  5. ทำความสะอาดเจล ทาครีมบำรุงและกันแดด

หลังทำ Ultracel ดูแลอย่างไร?

  โปรแกรมยกกระชับนี้เป็นการใช้เครื่องยกกระชับผิวชนิดที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีเข็มดังนั้นหลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถแต่งหน้าได้ ออกกำลังกายได้ ไม่ต้องพักฟื้น แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและผลลัพธ์ที่อยู่นานหมอแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวตามนี้ค่ะ

  1. ทาครีมบำรุงและครีมกันแดดตามปกติ ควรทาทุกวันเพราะช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวรวมถึงปกป้องผิวจากแสงแดดและยูวีที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย
  2. หากรู้สึกระบมสามารถทานยา paracetamol ได้
  3. ทายา SS ที่ได้รับไป 3-7 วัน
  4. เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่นานขึ้น ควรเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเช่นการสูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การทานน้ำน้อย

หลังทำ HIFU ตัวนี้บวมหรือไม่?

  หลังทำสามารถเกิดการบวมได้ โดยปกติจะสามารถหายบวมได้เองภายใน 1-2 อาทิตย์ ทั้งนี้การบวมจะมากหรือน้อยขึ้นกับ

  • ความแน่นกระชับของผิว ถ้าผิวนิ่มๆ หย่อนคล้อยมาก โอกาสบวมจะเกิดง่าย
  • พลังงานที่ใช้ในการยิง จำนวน shot ที่ใช้

หลังทำ HIFU ตัวนี้มีรอยเขียว ช้ำหรือไม่?

  ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ใช้เข็มจึงไม่ทำให้เกิดรอยแดง ไม่เขียว ไม่ช้ำ ไม่มีบาดแผล มีความปลอดภัยสูงและไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก

ยกกระชับใบหน้า
ด้วย Ultracel

รีวิว Ultracel

รีวิว Ultracel Q+

Ultracel โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU และ LIFU Read More »

Acgen นวัตกรรมคลื่นวิทยุในการรักษาสิว

Acgen (แอกเจน) นวัตกรรมคลื่นวิทยุในการรักษาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบ

  ปัจจุบันได้มีเครื่องมือคลื่นวิทยุ Radiofrequency (RF) ในการรักษาสิวชนิดใหม่ที่เรียกว่า Acgen (แอกเจน) ซึ่งเหมาะกับคนไข้หลายคนที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน สิวที่คางและกรอบหน้า สิวไตอักเสบเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ไม่จบเสียที ขึ้นซ้ำขึ้นซากที่ตำแหน่งเดิมๆ การรักษาสิวเหล่านี้แต่เดิมจะใช้วิธีการทานยาไม่ว่าจะเป็นยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อรวมถึงยาลดความมันกลุ่มกรดวิตามินเอที่ทำให้ผิวแห้ง ปากแห้ง ส่งผลกระทบทุกรูขุมขนทั่วร่างกายทั้งที่มีปัญหาและไม่มีปัญหาเรื่องสิว วันนี้หมอจะมาแนะนำ Acgen (แอกเจน) นวัตกรรมเครื่องมือรักษาสิวเฉพาะรูขุมขนหรือบริเวณที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ ไม่รบกวนบริเวณที่ปกติหรือไม่ต้องการให้ผิวแห้ง ทำให้ลดปริมาณและระยะเวลาในการทานยา ลดการกลับมาเป็นสิวซ้ำเพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนทรมานกับปัญหานี้ต่อไป

สารบัญ คลิกอ่าน

Acgen (แอกเจน) คืออะไร?

  Acgen (แอกเจน) เป็นนวัตกรรมเครื่องมือที่รักษาสิวที่ต้นตอ โดยใช้วิธีการปล่อยคลื่นวิทยุหรือ Radiofrequency (RF) ผ่านหัวเข็มพิเศษขนาดเล็ก ลงสู่ต่อมไขมันจุดที่มีปัญหาโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันจุดนั้นฝ่อ ลดการขับน้ำมัน จบปัญหาสิวจากต้นตอ เครื่อง Acgen ผลิตมาจาก บริษัท Jeisys จากประเทศเกาหลีใต้

กลไกการเกิดสิวเป็นอย่างไร?

  ก่อนจะมาเข้าใจกลไกของ Acgen อย่างแรกต้องเข้าใจกลไกการเกิดสิวก่อนว่าเกิดจากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัยด้วยกันคือ
  1. ต่อมไขมันทำงานมาก ทำให้ขับน้ำมันออกมามาก ส่งผลให้ผิวมัน หากมีการระบายของน้ำมันไม่ทันก็ จะเกิดการสะสมและคั่งค้างของน้ำมันในรูขุมขน
  2. ภาวะขี้ไคลบริเวณรูขุมขนหนาตัวผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นของน้ำมันที่ขับออกมา ทำให้มีการสร้างขี้ไคลออกมามากกว่าปกติออกมาปิดบริเวณรูเปิดของรูขุมขน ส่งผลให้น้ำมันขับออกมาที่ผิวหน้าไม่ได้และเกิดเป็นเม็ดสิวอุดตัน (comedone) ขึ้นที่ผิวหน้า
  3. เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้จะใช้น้ำมันเป็นอาหาร และจะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยน้ำมัน ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา สิวที่เป็นสิวอุดตันจะกลายร่างเป็นสิวอักเสบขึ้นมา
กลไก สิว

  จากปัจจัยทั้ง 3 จะเห็นได้ว่าต่อมไขมันที่ทำงานมากและไขมันที่ผลิตออกมา เป็นสาเหตุที่ทำให้ปัจจัยเรื่องขี้ไคลบริเวณรูขุมขนรุนแรงขึ้นและเชื้อแบคทีเรีย C.acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น

โปรโมชั่น
Acgen รักษาสิวเรื้อรัง

หลักการรักษาสิวเรื้อรังของ Acgen (แอกเจน) เป็นอย่างไร?

Acgen คลื่นวิทยุ หลักการ

  การทำงานของ Acgen นั้นจะเกี่ยวข้องกับต่อมไขมันที่ทำงานมากขึ้นซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดสิว ซึ่งหลักการของ Acgen (แอกเจน) นั้นจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ Radiofrequency (RF) เข้าสู่ต่อมไขมันที่มีปัญหา หลังจากนั้นพลังงาน RF จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเข้าไปทำลายต่อมไขมันนั้น ส่งผลให้ต่อมไขมันฝ่อตัวและสร้างน้ำมันลดลง จึงเป็นการจบปัญหาสิวที่ต้นตอ
  การปล่อยคลื่นวิทยุ RF ของเครื่องแอกเจนนั้นจะปล่อยผ่านเข็มชนิดพิเศษที่หุ้มด้ามเข็มด้วยฉนวนแต่เว้นส่วนปลายเข็ม (Microinsulated needle) ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้เฉพาะปลายเข็มลงสู่ต่อมไขมันโดยไม่มีกระทบผิวส่วนบน จึงไม่มีสะเก็ดหลังทำ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกตำแหน่งของต่อมไขมันที่ต้องการรักษาได้ (selective) โดยไม่ไปกระทบกับต่อมไขมันปกติอื่นๆ บนผิวหน้า

Acgen (แอกเจน) เหมาะกับการรักษาสิวประเภทไหนบ้าง?

  Acgen จะมีหัวเข็มอยู่ 3 แบบ แต่ละแบบจะแก้ปัญหาสิวคนละชนิดกัน ซึ่งออกแบบมารักษาสิวได้ทุกชนิดทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวเสี้ยน หัวเข็ม รักษา สิว แต่หมอจะแนะนำมากๆ สำหรับ
  1. เคสสิวอักเสบเรื้อรัง
  2. เคสสิวที่ชอบเกิดซ้ำๆ ที่เดิม
  3. เคสสิวฮอร์โมนบริเวณรอบปาก คาง แนวกรามที่กวนใจทุกเดือน
  4. เคสที่ต้องการป้องกันการเกิดสิวในผู้เป็นสิวและเกิดแผลเป็นง่าย

การรักษาด้วยแอกเจนทำให้ผิวแห้งหรือไม่?

  คำตอบคือ “ไม่” จุดแข็งที่สำคัญของ Acgen ก็คือการรักษาเฉพาะต่อมไขมันหรือบริเวณที่มีปัญหาเท่านั้น (Selective) ซึ่งต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีลักษณะจำเพาะนั้นคือมีการเพิ่มจำนวนเซลล์และเซลล์ที่ผลิตไขมันอ้วนเต่งตึง โดยเข็มจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไป ทำให้ต่อมไขมันบริเวณนั้นฝ่อแห้งลงไปเป็นปกติ ซึ่งจะไม่กระทบบริเวณปกติที่ไม่มีปัญหาสิว ดังนั้นหากผู้ให้การรักษามีประสบการณ์และความรู้ที่ดีพอก็จะไม่ทำให้เกิดภาวะต่อมไขมันถูกทำลายมากเกินไปได้

จุดเด่นในการรักษาสิวด้วย Acgen คืออะไร?

  • รักษาสิวที่ต้นต่อตรงบริเวณรูขุมขนที่ทำให้เกิดสิว
  • ลดปริมาณและระยะเวลาที่ต้องทานยา
  • ไม่ทำให้ผิวแห้งเหมือนการทานยากลุ่มกรดวิตามินเอ เพราะเป็นการรักษาที่ต่อมไขมันที่มีปัญหาเท่านั้นซึ่งเป็นการรักษาที่ต้นตอ ไม่กระทบกับบริเวณอื่น
  • ไม่มีสะเก็ด ต่างจากการทำเลเซอร์เพื่อเปิดหัวสิวที่เป็นเพียงการใช้เลเซอร์เจาะเปิดหัวสิว ไม่ได้เป็นการรักษาจากต้นตอของปัญหาและยังมีสะเก็ด

โปรโมชั่น
Acgen รักษาสิวเรื้อรัง

ขั้นตอนในการทำเป็นอย่างไร

  1. ผู้ช่วยทำความสะอาดผิวด้วย Cleansing milk
  2. ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที (ในความเห็นของหมอเอง เจ็บน้อยกว่าฉีดสิว ถ้าสิวไม่เยอะ ไม่แปะยาชาหมอว่าไหวค่ะ)
  3. แพทย์เป็นคนยิง Acgen ตามจุดหรือบริเวณที่มีปัญหา

ขั้นตอนในการทำ Acgen สิวจะทำอย่างไร

  1. หลังทำทันที สิวอาจดูบวมขึ้นเล็กน้อย
  2. วันรุ่งขึ้น สิวจะดูแห้งลงประมาณ 70-80%
  3. 3 วันสิวแห้งสนิท เวลาจับที่ผิวอาจรู้สึกถึงหัวสิวที่แห้งและพร้อมผลัดออก

ทำแอกเจนแล้วต้องทานยาหรือไม่?

  ในความเห็นหมอคือขึ้นกับเคสค่ะ ถ้าเป็นรุนแรงอยากให้จบไวๆ หมอจะจ่ายยาทานร่วมด้วย แต่ข้อดีในการทำ Acgen คือลดระยะเวลาและปริมาณในการทานยาค่ะ รายละเอียดการใช้ยารักษาสิวสามารถเข้าไปดูได้ที่หน้านี้ค่ะ >>> รักษาสิวด้วยการใช้ยา

Acgen ต้องทำกี่ครั้ง?

  ทำเดือนละครั้งต่อเนื่องกัน 3-5 ครั้ง

Acgen ปลอดภัยหรือไม่?

  Acgen เป็นเครื่องมือที่มีความปลอดภัย ผ่านองค์การอาหารและยาของประเทศไทยและประเทศเกาหลี

ทำไมต้องทำ Acgen ที่มิ่งขวัญคลินิก?

acgen คลื่นวิทยุ รักษาสิว มิ่งขวัญคลินิก
  1. เพราะเราเชี่ยวชาญในการรักษาสิว เป็นคลินิกรักษาสิวครบวงจรตั้งแต่การป้องกันสิว รักษาสิวและการรักษาผลข้างเคียงจากสิวไม่ว่าจะเป็นหลุมสิว รอยดำ เรารู้ว่าต้องเลือกเคสอย่างไรให้เหมาะกับการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  2. ทุกเคสต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย รักษา กดสิว ฉีดสิว ทำหัตถการ ติดตามอาการโดยแพทย์เท่านั้น การรักษาจะถูกวางแผนให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน เราไม่มีระบบยาชุดที่ทุกคนที่ไปได้ยาชุดเดียวกันหมด เราออกแบบการรักษาให้จำเพาะกับคนไข้แต่ละคน
  3. เราใช้นวัตกรรมในการรักษาที่มีงานวิจัยหรือข้อมูลทางการแพทย์มารองรับ
  4. แพทย์ใส่แว่นตาขยายกำลังสูง (Loupes) ในการรักษา จึงทำให้เห็นต่อมไขมันและใช้ acgen จี้ต่อมไขมันที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำ
  5. ราคาสมเหตุผล จริงใจตรงไปตรงมา ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีพนักงานขาย
acgen แพทย์ แว่นขยาย มิ่งขวัญคลินิก
ภาพปกติ ภาพขยายจากการใส่ loupes
ตัวอย่างภาพจากการดูปกติกับผ่านแว่นขยาย loupes

รีวิวผลลัพธ์การรักษาสิวด้วย Acgen

***ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล*** ***ไม่ได้ใช้ photoshop ในการตกแต่งสิว***

ผลลัพธ์ Acgen ผลลัพธ์ Acgen

ค่าใช้จ่ายในการรักษา

  ขึ้นกับจำนวนช็อตในการใช้รักษา โดยทั่วไปสิวอักเสบขนาดใหญ่ใช้ 6 ช็อต, สิวอักเสบขนาดเล็กใช้ 2-5 ช็อตและสิวอุดตันใช้ 1-2 ช็อต
  • ไม่เกิน 50 ช็อต ราคาครั้งละ 1,500 บาท – เหมาะสำหรับสิวอักเสบเล็กน้อย
  • ไม่เกิน 100 ช็อต ราคาครั้งละ 2,000 บาท – เหมาะสำหรับสิวอักเสบเล็กน้อย-ปานกลาง
  • ไม่เกิน 200 ช็อต ราคาครั้งละ 3,000 บาท – เหมาะสำหรับสิวอักเสบเปานกลาง
  • Acgen ไม่จำกัดช็อต + ทรีทเมนท์ Acne free (มีกดสิว เลเซอร์สิวที่จำเพาะต่อต่อมไขมัน ฉายแสง blue light)
    • ค่าใช้จ่ายในการทำ Acgen ครั้งละ 8,900 บาท
    • คอร์ส 3 ครั้ง ราคา 22,900 บาท
    • คอร์ส 5 ครั้ง ราคา 29,900 บาท
    • ใช้เวลาในการทำ 2 ชั่วโมง (ทายาชา 1 ชั่วโมง + ทำหัตถการ 1 ชั่วโมง)
  • ที่มิ่งขวัญคลินิก แพทย์เป็นผู้ทำเท่านั้น

Acgen นวัตกรรมคลื่นวิทยุในการรักษาสิว Read More »

คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง

คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง

  คีลอยด์จัดเป็นแผลเป็นประเภทนึงที่มีขนาดใหญ่และสร้างความไม่สบายใจ(และสบายตา)เป็นอย่างมาก และคำถามที่หมอเจอบ่อยมากในคลินิกก็คือจะรู้ได้อย่างไรว่าแผลเป็นนี้เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ แล้วมันเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรกันบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันค่ะ

รักษา คีลอยด์

เคสรีวิวรักษาคีลอยด์/แผลเป็นนูน
ด้วยเลเซอร์และยา ลด 50%

คีลอยด์ (Keloids) คืออะไร?

  แผลเป็นนูนที่เกิดจากการซ่อมแซมอย่างผิดปกติทำให้มีขนาดใหญ่นูนกว่ารอยแผลเดิมกว่า อาจเกิดภายหลังเกิดหลังเกิดแผลทันทีหรืออาจเกิดเมื่อแผลหายดีแล้ว

คีลอยด์มีลักษณะอย่างไร?

  • ก้อนแผลเป็นนูนอาจเป็นก้อนหรือเป็นขีดหนาตามลักษณะของแผลเดิม ขยายขนาดได้เรื่อยๆ
  • มีสีแดง น้ำตาลหรือม่วงเข้ม
  • เวลาจับจะแข็งๆแน่นๆคล้ายยางลบ
  • โดยจะมีขนาดใหญ่กว่ารอยแผลเดิมมาก
  • อาจมีอาการคัน เจ็บๆ แสบๆ ร่วมด้วย

คีลอยด์เกิดตำแหน่งไหน?

  สามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งที่เกิดการบาดเจ็บของผิว ไม่ว่าจะเป็นการเจาะหู รอยเกา รอยถลอก รอยแผลสิว รอยผ่าตัด แผลอีสุกอีใส

ทำไมถึงเกิดคีลอยด์?

  • เชื่อว่าเกิดจากกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่เป็น ลูกมีโอกาสเป็น
  • จากการศึกษาพบว่าเกิดในคนที่ผิวเข้มมากกว่าคนผิวขาว โดยคนแอฟริกา คนเอเชีย คนลาตินพบว่าเกิดคีลอยด์มากกว่าฝรั่งขาวหรือคอเคเซียน

คีลอยด์อันตรายหรือไม่?

  ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ปกติเราจะรักษาด้วยสาเหตุเรื่องของความสวยงามหรือมีอาการเจ็บแสบคัน

จะรู้ได้อย่างไรว่า เราเป็นแผลคีลอยด์ได้ง่ายหรือไม่?

  • ดูจากแผลปลูกฝี BCG ตอนทารกที่ต้นแขน
  • ประวัติคนในครอบครัว มีคีลอยด์ง่าย

เราสามารถป้องกันการเกิดคีลอยด์ได้อย่างไร?

  • ผู้ที่เกิดคีลอยด์ง่าย ควรระวังการเกิดแผลเพราะมีโอกาสที่แม้แต่การเจาะหูก็อาจได้ตุ้มหูคีลอยด์แถมมา
  • ใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้หลังจากเกิดแผล แต่ผลที่ได้ก็ไม่แน่นอน

คีลอยด์หายเองได้หรือไม่?

  คีลอยด์ไม่สามารถยุบลงเองได้ ต้องทำการรักษา

คลินิก รักษา คีลอยด์

เคสรีวิวรักษาคีลอยด์/แผลเป็นนูน
ด้วยเลเซอร์และยา ลด 50%

คีลอยด์รักษาอย่างไร?

  การรักษามีหลายวิธีขึ้นกับขนาดและตำแหน่งเช่นการฉีดยาให้คีลอยด์ยุบ การใช้เลเซอร์หรือความเย็นจี้ออก การใช้เลเซอร์ลดความแดง การผ่าตัดเอาก้อนคีลอยด์ออก การใช้แผ่นแปะกดก้อนคีลอยด์ไว้ แต่ไม่ว่าเป็นการรักษาแบบไหนก็มีโอกาสที่คีลอยด์จะกลับมาเป็นซ้ำ หลังรักษาตัวหมอเองจะแนะนำให้คนไข้ใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้เสมอ

การฉีดยารักษาคีลอยด์ทำอย่างไร? ต้องทำกี่ครั้ง?

  ตัวยาที่ใช้หลักในการฉีดคือคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นการรักษาตามมาตรฐานที่ปลอดภัยและไม่เจ็บมาก โดยแพทย์จะเป็นผู้ฉีดตัวยาเข้าไปในก้อนคีลอยด์ ทำเดือนละ 1 ครั้งต่อเนื่องไปเรื่อยจนกระทั่งคนไข้พอใจ

การผ่าคีลอยด์ออกทำอย่างไร? เจ็บแต่จบหรือไม่?

  คือการตัดก้อนคีลอยด์ออกแล้วเย็บขอบแผลมาชนกัน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาคีลอยด์ แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงเพราะการผ่าตัดก็ทำให้ผิวเกิดการบาดเจ็บ มีโอกาสที่คีลอยด์จะกลับมาเป็นซ้ำ ดังนั้นหลังทำแพทย์จะใช้วิธีอื่นร่วมด้วยเช่นการฉีดยาหรือการกดด้วยแผ่นซิลิโคน

คีลอยด์เมื่อรักษาแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?

  คีลอยด์ถือเป็นโรคที่รักษายาก เมื่อรักษาไปแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำถึง 50%

แผลนูนทุกชนิดคือคีลอยด์หรือไม่?

ไม่ใช่ แผลเป็นนูนจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ
  1. แผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic scar)
  2. คีลอยด์ (Keloid)
แผลเป็นนูน คีลอยด์ เกิดจาก

แผลนูนเกิน (Hypertrophic scar) ต่างจากแผลคีลอยด์ (Keloid)อย่างไร?

ความต่างคือ
  • แผลนูนเกิน เกิดได้กับทุกคน มักเกิดในบริเวณที่มีความตึงมาก ขนาดไม่ใหญ่กว่าแผลเดิม สูงไม่เกิน 4 มิลลิเมตร แผลมีสีเนื้อหรือน้ำตาลอ่อน หายเองได้ภายใน 6 เดือนถึง 3 ปี
  • แผลคีลอยด์มีกรรมพันธุ์มาเกี่ยวข้อง เกิดได้ทุกที่ที่ผิวบาดเจ็บ ขนาดใหญ่กว่าแผลเดิมมาก ขยายขนาดได้เรื่อยๆ ก้อนแข็งคล้ายยางลบ มีสีแดง น้ำตาลหรือม่วง ไม่หายเอง

รักษาคีลอยด์
ที่มิ่งขวัญคลินิก

คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง Read More »