Acgen แอกเจน รักษา สิว

Acgen (แอกเจน) นวัตกรรมใหม่ในการรักษาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบ

Acgen (แอกเจน) นวัตกรรมใหม่ในการรักษาสิวเรื้อรัง สิวอักเสบ

  ปัจจุบันได้มีเครื่องมือในการรักษาสิวชนิดใหม่ที่เรียกว่า Acgen (แอกเจน) ซึ่งเหมาะกับคนไข้หลายคนที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน สิวที่คางและกรอบหน้า สิวไตอักเสบเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ไม่จบเสียที ขึ้นซ้ำขึ้นซากที่ตำแหน่งเดิมๆ การรักษาสิวเหล่านี้แต่เดิมจะใช้วิธีการทานยาไม่ว่าจะเป็นยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อรวมถึงยาลดความมันกลุ่มกรดวิตามินเอที่ทำให้ผิวแห้ง ปากแห้ง ส่งผลกระทบทุกรูขุมขนทั่วร่างกายทั้งที่มีปัญหาและไม่มีปัญหาเรื่องสิว วันนี้หมอจะมาแนะนำ Acgen (แอกเจน) นวัตกรรมเครื่องมือรักษาสิวเฉพาะรูขุมขนหรือบริเวณที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ ไม่รบกวนบริเวณที่ปกติหรือไม่ต้องการให้ผิวแห้ง ทำให้ลดปริมาณและระยะเวลาในการทานยา ลดการกลับมาเป็นสิวซ้ำเพื่อให้คนไข้ไม่ต้องทนทรมานกับปัญหานี้ต่อไป

Acgen (แอกเจน) คืออะไร?

  Acgen (แอกเจน) เป็นนวัตกรรมเครื่องมือที่รักษาสิวที่ต้นตอ โดยใช้วิธีการปล่อยคลื่นวิทยุหรือ Radiofrequency (RF) ผ่านหัวเข็มพิเศษขนาดเล็ก ลงสู่ต่อมไขมันจุดที่มีปัญหาโดยตรง ทำให้ต่อมไขมันจุดนั้นฝ่อ ลดการขับน้ำมัน จบปัญหาสิวจากต้นตอ เครื่อง Acgen ผลิตมาจาก บริษัท Jeisys จากประเทศเกาหลีใต้

กลไกการเกิดสิวเป็นอย่างไร?

  ก่อนจะมาเข้าใจกลไกของ Acgen อย่างแรกต้องเข้าใจกลไกการเกิดสิวก่อนว่าเกิดจากปัจจัยหลัก 3 ปัจจัยด้วยกันคือ
  1. ต่อมไขมันทำงานมาก ทำให้ขับน้ำมันออกมามาก ส่งผลให้ผิวมัน หากมีการระบายของน้ำมันไม่ทันก็ จะเกิดการสะสมและคั่งค้างของน้ำมันในรูขุมขน
  2. ภาวะขี้ไคลบริเวณรูขุมขนหนาตัวผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นของน้ำมันที่ขับออกมา ทำให้มีการสร้างขี้ไคลออกมามากกว่าปกติออกมาปิดบริเวณรูเปิดของรูขุมขน ส่งผลให้น้ำมันขับออกมาที่ผิวหน้าไม่ได้และเกิดเป็นเม็ดสิวอุดตัน (comedone) ขึ้นที่ผิวหน้า
  3. เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้จะใช้น้ำมันเป็นอาหาร และจะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยน้ำมัน ทำให้เกิดการเพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา สิวที่เป็นสิวอุดตันจะกลายร่างเป็นสิวอักเสบขึ้นมา
กลไก สิว

  จากปัจจัยทั้ง 3 จะเห็นได้ว่าต่อมไขมันที่ทำงานมากและไขมันที่ผลิตออกมา เป็นสาเหตุที่ทำให้ปัจจัยเรื่องขี้ไคลบริเวณรูขุมขนรุนแรงขึ้นและเชื้อแบคทีเรีย C.acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น

โปรโมชั่น
Acgen รักษาสิวเรื้อรัง

หลักการรักษาสิวเรื้อรังของ Acgen (แอกเจน) เป็นอย่างไร?

Acgen แอกเจน หลักการ

  การทำงานของ Acgen นั้นจะเกี่ยวข้องกับต่อมไขมันที่ทำงานมากขึ้นซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดสิว ซึ่งหลักการของ Acgen (แอกเจน) นั้นจะปล่อยพลังงาน Radiofrequency (RF) เข้าสู่ต่อมไขมันที่มีปัญหา หลังจากนั้นพลังงาน RF จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเข้าไปทำลายต่อมไขมันนั้น ส่งผลให้ต่อมไขมันฝ่อตัวและสร้างน้ำมันลดลง จึงเป็นการจบปัญหาสิวที่ต้นตอ
  การปล่อยพลังงาน RF ของเครื่องแอกเจนนั้นจะปล่อยผ่านเข็มชนิดพิเศษที่หุ้มด้ามเข็มด้วยฉนวนแต่เว้นส่วนปลายเข็ม (Microinsulated needle) ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้เฉพาะปลายเข็มลงสู่ต่อมไขมันโดยไม่มีกระทบผิวส่วนบน จึงไม่มีสะเก็ดหลังทำ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกตำแหน่งของต่อมไขมันที่ต้องการรักษาได้ (selective) โดยไม่ไปกระทบกับต่อมไขมันปกติอื่นๆ บนผิวหน้า

Acgen (แอกเจน) เหมาะกับการรักษาสิวประเภทไหนบ้าง?

  Acgen จะมีหัวเข็มอยู่ 3 แบบ แต่ละแบบจะแก้ปัญหาสิวคนละชนิดกัน ซึ่งออกแบบมารักษาสิวได้ทุกชนิดทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวเสี้ยน หัวเข็ม รักษา สิว แต่หมอจะแนะนำมากๆ สำหรับ
  1. เคสสิวอักเสบเรื้อรัง
  2. เคสสิวที่ชอบเกิดซ้ำๆ ที่เดิม
  3. เคสสิวฮอร์โมนบริเวณรอบปาก คาง แนวกรามที่กวนใจทุกเดือน
  4. เคสที่ต้องการป้องกันการเกิดสิวในผู้เป็นสิวและเกิดแผลเป็นง่าย

การรักษาด้วยแอกเจนทำให้ผิวแห้งหรือไม่?

  คำตอบคือ “ไม่” จุดแข็งที่สำคัญของ Acgen ก็คือการรักษาเฉพาะต่อมไขมันหรือบริเวณที่มีปัญหาเท่านั้น (Selective) ซึ่งต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีลักษณะจำเพาะนั้นคือมีการเพิ่มจำนวนเซลล์และเซลล์ที่ผลิตไขมันอ้วนเต่งตึง โดยเข็มจะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุลงไป ทำให้ต่อมไขมันบริเวณนั้นฝ่อแห้งลงไปเป็นปกติ ซึ่งจะไม่กระทบบริเวณปกติที่ไม่มีปัญหาสิว ดังนั้นหากผู้ให้การรักษามีประสบการณ์และความรู้ที่ดีพอก็จะไม่ทำให้เกิดภาวะต่อมไขมันถูกทำลายมากเกินไปได้

จุดเด่นในการรักษาสิวด้วย Acgen คืออะไร?

  • รักษาสิวที่รูขุมขนนั้นอย่างถาวร
  • ลดปริมาณและระยะเวลาที่ต้องทานยา
  • ไม่ทำให้ผิวแห้งเหมือนการทานยากลุ่มกรดวิตามินเอ เพราะเป็นการรักษาที่ต่อมไขมันที่มีปัญหาเท่านั้นซึ่งเป็นการรักษาที่ต้นตอ ไม่กระทบกับบริเวณอื่น
  • ไม่มีสะเก็ด ต่างจากการทำเลเซอร์เพื่อเปิดหัวสิวที่เป็นเพียงการใช้เลเซอร์เจาะเปิดหัวสิว ไม่ได้เป็นการรักษาจากต้นตอของปัญหาและยังมีสะเก็ด

โปรโมชั่น
Acgen รักษาสิวเรื้อรัง

ขั้นตอนในการทำเป็นอย่างไร

  1. ผู้ช่วยทำความสะอาดผิวด้วย Cleansing milk
  2. ทายาชาทิ้งไว้ 30-45 นาที (ในความเห็นของหมอเอง เจ็บน้อยกว่าฉีดสิว ถ้าสิวไม่เยอะ ไม่แปะยาชาหมอว่าไหวค่ะ)
  3. แพทย์เป็นคนยิง Acgen ตามจุดหรือบริเวณที่มีปัญหา

ขั้นตอนในการทำ Acgen สิวจะทำอย่างไร

  1. หลังทำทันที สิวอาจดูบวมขึ้นเล็กน้อย
  2. วันรุ่งขึ้น สิวจะดูแห้งลงประมาณ 70-80%
  3. 3 วันสิวแห้งสนิท เวลาจับที่ผิวอาจรู้สึกถึงหัวสิวที่แห้งและพร้อมผลัดออก

ทำแอกเจนแล้วต้องทานยาหรือไม่?

  ในความเห็นหมอคือขึ้นกับเคสค่ะ ถ้าเป็นรุนแรงอยากให้จบไวๆ หมอจะจ่ายยาทานร่วมด้วย แต่ข้อดีในการทำ Acgen คือลดระยะเวลาและปริมาณในการทานยาค่ะ รายละเอียดการใช้ยารักษาสิวสามารถเข้าไปดูได้ที่หน้านี้ค่ะ >>> รักษาสิวด้วยการใช้ยา

Acgen ต้องทำกี่ครั้ง?

  ทำเดือนละครั้งต่อเนื่องกัน 3-5 ครั้ง

Acgen ปลอดภัยหรือไม่?

  Acgen เป็นเครื่องมือที่มีความปลอดภัย ผ่านองค์การอาหารและยาของประเทศไทยและประเทศเกาหลี

ทำไมต้องทำ Acgen ที่มิ่งขวัญคลินิก?

acgen รักษา สิว มิ่งขวัญคลินิก
  1. เพราะเราเชี่ยวชาญในการรักษาสิว เป็นคลินิกรักษาสิวครบวงจรตั้งแต่การป้องกันสิว รักษาสิวและการรักษาผลข้างเคียงจากสิวไม่ว่าจะเป็นหลุมสิว รอยดำ เรารู้ว่าต้องเลือกเคสอย่างไรให้เหมาะกับการรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  2. ทุกเคสต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย รักษา กดสิว ฉีดสิว ทำหัตถการ ติดตามอาการโดยแพทย์เท่านั้น การรักษาจะถูกวางแผนให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน เราไม่มีระบบยาชุดที่ทุกคนที่ไปได้ยาชุดเดียวกันหมด เราออกแบบการรักษาให้จำเพาะกับคนไข้แต่ละคน
  3. เราใช้นวัตกรรมในการรักษาที่มีงานวิจัยหรือข้อมูลทางการแพทย์มารองรับ
  4. ราคาสมเหตุผล จริงใจตรงไปตรงมา ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีพนักงานขาย

ค่าใช้จ่ายในการรักษา

  • ค่าใช้จ่ายในการทำ Acgen ครั้งละ 5,000 บาท คอร์ส 3 ครั้ง 12,000 บาท คอร์ส 5 ครั้ง 18,000 บาท
  • ที่มิ่งขวัญคลินิก แพทย์เป็นผู้ทำเท่านั้น
หลุมสิว คลินิก ป้องกัน รักษา

หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน

หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน

  หลุมสิว หน้าปรุเป็นปัญหาน่าหนักใจ รักษายาก ไหนจะต้องทำเข้าคลินิกเพื่อเลเซอร์แถมต้องใช้เวลารักษานานอีก ทำให้ผู้มีปัญหาหมดความมั่นใจไปมาก บทความนี้หมอเขียนขึ้นมาเพื่อให้คนไข้เข้าใจว่าหลุมสิวคืออะไร เกิดได้อย่างไร มีกี่ประเภท ป้องกันและรักษาอย่างไรค่ะ

รักษาหลุมสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วย Smooth Skin Program

หน้ามันเกิดจากสาเหตุอะไร?

  เป็นรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดการบุ๋มลงไปของผิว ทำให้ผิวเป็นรู ดูปรุ ไม่เรียบเนียน

หลุมสิวเกิดจากอะไร?

  • เกิดจากการอักเสบของผิว ทำให้เกิดการทำลายของผิวตั้งแต่ผิวด้านบนถึงไขมันใต้ผิว เมื่อมีการซ่อมแซมจนแผลสมานหายดีแล้ว ไม่สามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายได้ ทำให้ผิวบุ๋มลงไป รวมถึงยังกระตุ้นให้มีการสร้างผังผืดมายึดใต้ผิว ดึงหลุมสิวให้ลึกลงไปอีก
  • ความลึกและขนาดขึ้นกับความรุนแรงของการอักเสบ

หลุมสิวมีกี่ประเภท?

  แบ่งได้ 3 ชนิดคือ หลุมแบบคลื่น หลุมกล่อง หลุมจิก

หลุมสิว สาเหตุ ประเภท
  1. หลุมคลื่น (Rolling scar) ลักษณะคล้ายคลื่น ขอบหลุมไม่คม โค้งคล้ายกระทะ(ขนาดประมาณ4-5 มิลลิเมตร) เกิดจากการที่แผลมีผังผืดมาดึงรั้ง
  2. หลุมกล่อง (Boxcar scar) ลักษณะคล้ายกล่อง ปากกว้าง(ขนาดประมาณ 1.5-4 มิลลิเมตร) ก้นแผลกว้าง ขอบหลุมจะคมชัด เป็นแผลที่เกิดในอีสุกอีใสหรือสิว
  3. หลุมจิก( Ice pick scar) ลักษณะเป็นหลุมปากแคบ(ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร) ก้นแผลแหลม คล้ายรูปกรวย มีการทำลายไปถึงชั้นหนังแท้ เป็นชนิดที่ลึกสุดและรักษายากสุด

สิวแบบไหนทำให้เกิดหลุมสิว?

  • สิวที่มีการอักเสบทุกชนิดทำให้เกิดหลุมสิวได้ เช่น
    • สิวอักเสบตุ่มแดง (Papule acne) สิวอักเสบขนาดเล็ก มีการแดงรอบรูขุมขน ยังไม่เป็นก้อนหรือไต
    • สิวหัวหนอง (Pustule acne) สิวที่เป็นตุ่มหนอง
    • สิวเป็นไตๆ (Nodule acne) สิวที่จับแล้วเป็นไตๆ แข็ง
    • สิวหัวช้าง (Cystic acne) จับแล้วนิ่มๆ ถ้าเจาะจะเป็นหนองปนเลือด
  • ยิ่งความรุนแรงมาก เป็นหนองมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดหลุมรุนแรง

กลไกที่ทำให้สิวอักเสบคืออะไร?

สิว สาเหตุ กลไก
  • เริ่มจากต่อมไขมันขับน้ำมันออกมา หากมีการขับหรือระบายน้ำมันไม่ทัน จะเกิดการค้างหรือสะสมน้ำมันในรูขุมขน
  • น้ำมันที่ผลิตออกมาออกมายังกระตุ้นให้เซลล์บริเวณรูเปิดรูขุมขนสร้างขี้ไคลมากกว่าปกติ ทำให้รูขุมขนถูกปิด ส่งผลให้เกิดการสะสมน้ำมันในรูขุมขนมากขึ้นกว่าเดิม
  • เมื่อเกิดการปิดของรูขุมขน จะเกิดภาวะไร้ออกซิเจน ทำให้เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจาก Cutibacterium acnes เป็นแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนหรือanaerobes แบคทีเรียตัวนี้จะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยสลายไขมัน เพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา
  • การอักเสบเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามทำลายสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค โดยเม็ดเลือดขาวหลายชนิดจะพยายามมาล้อมหัวสิวไว้ แล้วปล่อยเอมไซม์เพื่อย่อย และกินหัวสิว เอนไซม์ที่ปล่อยออกมานอกจากช่วยกำจัดหัวสิวและเชื้อแบคทีเรียแล้ว ยังทำลายผิวส่วนที่ดีด้วย ทำให้เกิดหลุมสิวตามมาได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าสิวอักเสบหรือไม่?

  ดูง่ายๆ คือ มีอาการปวด บวม แดง ร้อน เป็นหนอง

สิวไม่อักเสบเช่นสิวหัวดำ สิวหัวขาวไม่ทำให้เกิดหลุมใช่หรือไม่?

  ใช่ ถ้าสิวไม่อักเสบจะไม่ทำให้เกิดหลุมสิว

เราจะป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว หน้าปรุได้อย่างไร?

  • เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น ให้รีบรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มเป็นสิว ไม่ควรปล่อยให้สิวเรื้อรัง เป็นความเข้าใจที่ผิดที่มองว่าสิวในวัยรุ่นเป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวโตขึ้นก็ดีเองเพราะปัญหาสิว หลุมสิวเป็นปัญหาที่ส่งผลถึงความมั่นใจระยะยาว
  • ไม่ควรจิก แกะ บีบสิวเอง
    • การจิก แกะ บีบสิวเองอย่างไม่ถูกวิธี ถ้าสิวออกไม่หมดจะทำให้ปัญหาสิวลุกลามยิ่งขึ้น จากสิวไม่อักเสบกลายเป็นอักเสบกินเนื้อ
  • ถ้าเป็นผู้มีปัญหาสิวเรื้อรัง เมื่อรักษาสิวหายแล้ว ควรทายาสิวต่อเนื่องเพื่อป้องกันและผลัดหัวสิวออกลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบ
  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ไม่เอาหน้าเป็นที่ลองเครื่องสำอางตามกระแส
รักษา แผลเป็นบุ๋ม แผลหลุม

หากเกิดหลุมสิวแล้ว รักษาอย่างไร?

  1. การทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล วิตามินซีซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  2. การใช้ยาทา Tretinoin ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว รวมถึงยังช่วยรักษาสิว
  3. การลอกผิวด้วยกรดหรือการแต้มกรด เป็นการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดเข้มข้น ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  4. การทำเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุเพื่อปลูกผิวใหม่
    • ปัจจุบันจะใช้หลักการ Fractional เป็นการลอกผิวส่วนที่ต้องการรักษาออกเพียง 10-25% โดยใช้เลเซอร์หรือคลื่นวิทยุ โดยจะมีพื้นที่ลอกจะสลับกับผิวที่ไม่ถูกลอก ซึ่งจะต่างจากการลอกแบบ conventional ที่ลอกผิวออกทั้งหมด
    • ข้อดีของระบบ Fractional คือผิวที่ไม่ถูกลอกจะช่วยกระตุ้นให้การซ่อมแผลไวขึ้น ลดระยะพักหน้า ลดผลข้างเคียงเรื่องภาวะดำหรือด่างหลังเลเซอร์
  5. การทำ Micro-needling หรือการกระตุ้นรูขุมขนด้วยเข็ม เป็นการทำให้ผิวเกิดรูเล็กๆ ทั่วบริเวณรักษา เมื่อผิวเกิดแผลก็จะทำให้เกิดการซ่อมแซมผิวตามมา จะช่วยให้หลุมสิวดูตื้น ผิวเรียบเนียนขึ้น
  6. การฉีดสารเติมเต็มใต้ผิว เป็นการเติมสารที่ช่วยเติม volume ส่วนที่หายไปให้เต็มได้แก่ ไฮยาลูโลนิกเอซิด, ไขมัน
  7. การตัดผังผืดใต้ผิว (Subcision) เป็นการตัดผังผืดที่ดึงรั้งผิวออก ทำให้แผลยกตัวได้ดีขึ้น โดยใช้เข็มในการกวาดหรือตัดผังผืดหรือใช้ลมที่อัดความเร็วแรงในการตัด แต่วิธีตัดมาตรฐานคือการตัดด้วยเข็ม Nakor ซึ่งเป็นเข็มชนิดพิเศษที่ออกแบบมาพิเศษให้ตัดผังผืดโดยเฉพาะ
  8. การผ่าตัดแผลเป็นออก

การรักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้ง?

  ขึ้นกับความรุนแรงและความพอใจของคนไข้

รักษาหลุมสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วย Smooth Skin Program

ที่มิ่งขวัญคลินิกเรารักษาหลุมสิวด้วยวิธีใด?

รักษาด้วยการ Combined technique เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะปัญหาหลุมสิวเกิดได้จากผิวทุกชั้นโดยใช้
  • Fractional CO2 Laser ซึ่งเป็น Gold standard ในการรักษาหลุมสิว เพื่อกระตุ้นผิวด้านบนให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รูขุมขนหลุมสิวผิวดูละเอียด เรียบเนียน
  • TCA cross เป็นการรักษาหลุมแบบจิกที่ลึกลงไปถึงผิวชั้นลึก เป็นการกระตุ้นลงไปที่ก้นของหลุมโดยตรง
  • Reskin+DNA เป็นการตัดผังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวด้านล่าง พร้อมเติม DNA booster ที่ช่วยพยุงผิวและเป็นอาหารผิว ทำให้หลุมยกและเต็มขึ้น

ผิวมัน สาเหตุ

ผิวมัน สาเหตุและการรักษา

ผิวมัน สาเหตุและการรักษา

  ผิวมันอีกแล้ว กระดาษซับมันหมดเป็นกล่องก็ยังไม่หายมันสักที ปัญหาเหล่านี้หลายคนย่อมเคยเจอมาแล้วอย่างน้อยก็ช่วงวัยรุ่นหรือช่วงเรียนมหาลัย แต่ลองสังเกตกันไหมคะว่าความมันนั้นไม่ได้มันเท่ากันตลอดทุกวันหรือทุกช่วงเวลา บางวันหน้าก็มันมากแต่บางวันอาจจะตรงกันข้ามเลยซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุและแต่ละสาเหตุก็มีวิธีการรักษาที่ไม่เหมือนกัน เรามาดูกันค่ะว่าจะรับมือกับปัญหาผิวมันอย่างไรดี

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยดีท็อกสิวและเลเซอร์

หน้ามันเกิดจากสาเหตุอะไร?

  • น้ำมันหรือซีบัม(sebum) ถูกสร้างมาจากต่อมไขมัน
  • ต่อมไขมันจะอยู่รวมกับรูขุมขน โดยต่อมไขมันจะมีท่อมาเชื่อมต่อกับรูขุมขน ซีบัมจะขับออกสู่ผิวผ่านรูเปิดของรูขุมขน
  • ต่อมไขมันจะทำงาน
    • ตั้งแต่เป็นทารก ต่อมไขมันจะทำงานน้อย ผลิตน้ำมันออกมาไม่เยอะ ทำให้ถ้าเราสังเกตจะพบว่าในเด็ก ผิวจะไม่มัน ดูเนียน รูขุมขนดูแคบ ผิวละเอียด
    • เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมไขมันจะทำงานมากขึ้น 500% ซึ่งเกิดจากการหลั่งฮอร์โมนเพศ ส่งผลให้รูขุมขนดูกว้าง หน้ามัน เป็นสิว
    • เมื่ออายุมากขึ้นผิวจะมันลดลง ต่อมไขมันฝ่อและสร้างน้ำมัน

ประโยชน์ของซีบัมคืออะไร?

  • หน้าที่ของซีบัมคือสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวหนัง ช่วยเคลือบผิว ไม่ให้ผิวเสียน้ำไปง่าย
    • ถ้าผลิตน้ำมันหรือซีบัมได้น้อย ผิวจะแห้ง ผิวสูญเสียน้ำง่าย เกิดริ้วรอยง่าย ผิวระคายเคืองง่าย
    • ถ้าผลิตน้ำมันหรือซีบัมได้มาก ผิวจะมัน เกิดสิวง่าย รูขุมขนจะดูกว้าง ผิวดูหยาบ แต่เกิดริ้วรอยยากกว่าคนผิวแห้ง

รู้ได้อย่างไรว่าเรามีผิวหน้ามัน?

  1. มีปัญหารูขุมขนกว้าง
  2. ผิวมันวาว
  3. มีปัญหาสิวอักเสบ สิวอุดตันง่าย
  4. เครื่องสำอางติดไม่ทน หลุดออกง่าย
  5. หน้ามันอย่างรวดเร็วหลังจากล้างหน้า

ปัจจัยที่ทำให้ผิวมันคืออะไร?

  1. ฮอร์โมนเพศชายสูง โดยปกติเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพศชายออก โดยฮอร์โมนเพศชายจะหลั่งทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
    • ในผู้ชาย ทำให้มีลักษณะสมชาย คือมีหนวด มีขนตามตัว ผิวมัน เสียงเปลี่ยน ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและกระดูก
    • ในผู้หญิง ช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อและกระดูก ผิวชุ่มชื้นไม่มันมาก แต่ถ้ามีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไปอาจส่งผลให้มีหนวด มีขนตามตัวเยอะ ผิวมันมาก เป็นสิวง่าย หัวล้าน
    • โรคหรือภาวะใดก็ตามที่มีการเพิ่มของฮอร์โมนแอนโดรเจนเช่นถุงน้ำรังไข่ Polycystic ovarian syndrome (PCOS)
  2. ความเครียด จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น หน้ามันมากขึ้น สิวขึ้นง่าย ความเครียดในที่นี้หมอหมายถึงความเครียดทั้งทางร่างกายเช่นการพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บป่วย และความเครียดด้านจิตใจเช่นความวิตกกังวล ความโกรธ
  3. อายุ อายุมากขึ้นผิวจะมันน้อยลงเนื่องจากต่อมไขมันทำงานน้อยลงและฝ่อไป
  4. อากาศร้อนชื้น ยิ่งร้อนยิ่งชื้น ผิวจะยิ่งมันง่าย
    • ประเทศภูมิอากาศร้อนชื้นแถบเส้นศูนย์สูตร
    • การใส่แมสทำให้อากาศบริเวณที่เราใส่แมสทับ ร้อนและชื้นจากลมหายใจ ทำให้ผิวบริเวณที่ใส่แมส มันกว่าปกติและเกิดสิวง่าย
  5. กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่มีผิวมัน ลูกจะเพิ่มโอกาสผิวมัน

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยดีท็อกสิวและเลเซอร์

หน้ามันทำอย่างไรดี?

  • ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็น
  • ใช้กระดาษซับมันเพื่อซับความมันระหว่างวัน
  • เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว (อ่านต่อ วิธีเลือกเครื่องสำอางสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย)
    • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ให้ใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน pH เป็นกรดอ่อนๆ ไม่รบกวนสมดุลผิว
    • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวแข็งแรง ไม่ระคายเคืองง่ายแต่เลือกผลิตภัณฑ์ที่เนื้อบางเบาไม่อุดตันง่าย เช่น พวกเซรั่ม เจลว่านหาง
    • ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและคุมความมัน เช่นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, Niacinamide หรือวิตามิน B3
    • ผลิตภัณฑ์กันแดด ที่เนื้อบางเบา oil-free หรือ water based
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง, น้ำมันที่ผ่านกรรมวิธีหรือการแปรรูป ไขมันทรานส์และไขมันพืชที่สัดส่วน omega6:omega3 สูง, ผลิตภัณฑ์จากนมวัว (อ่านต่อใน 3 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากเป็นสิว)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีปัญหาเรื่องประจำเดือนผิดปกติร่วมด้วย ควรหาสูตินารีแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

ผิวหน้ามันทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือครีมกันแดดได้หรือไม่?

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและครีมกันแดดเป็น The must ต้องทาเสมอถึงแม้มีผิวมันหรือเป็นสิวง่าย เพราะความชุ่มชื้นกับความมันเป็นคนละเรื่องกัน และแสงยูวีทำให้เกิดปัญหาผิวตามมามากมาย เพียงแต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เนื้อบางเบา oil free เนื้อเจล เนื้อเซรั่ม หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมันชนิดกระตุ้นสิว (อ่านต่อ วิธีเลือกเครื่องสำอางสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย)

ผิวมัน สาเหตุ รักษา
อาหาร สิว ป้องกัน

อาหารเสริม 5 ประเภทที่อาจช่วยเรื่องลดสิวได้

อาหารเสริม 5 ประเภทที่อาจช่วยเรื่องลดสิวได้

   เป็นสิวแล้วกินอะไรดีเพื่อให้สิวหายเร็วขึ้น ในบทความนี้จะแนะนำอาหารเสริมดีๆ ที่นอกจากจะช่วยให้สิวที่มีอยู่เดิมหายเร็วขึ้นแล้วยังจะช่วยป้องกันให้สิวเกิดขึ้นน้อยลงอีกด้วย

  อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมที่จะพูดถึงต่อไปนี้ไม่ได้มีความสามารถในการรักษาสิวได้ดีเทียบเท่ายาหรือทรีตเมนต์ที่ใช้รักษาสิวโดยตรง ดังนั้นในคนไข้ที่เป็นสิวเยอะ รุนแรง ควรที่จะต้องปรึกษาหมอสิวก่อนทุกครั้งเพื่อหาสาเหตุของสิวและรักษาสิวให้ถูกวิธีก่อนที่จะเกิดหลุมสิวใหญ่ตามมา ซึ่งทำให้ต้องมาเสียเงินจำนวนมากในการรักษาหลุมสิว

  นอกจากจะมีอาหารเสริมที่ช่วยรักษาสิวแล้วทางมิ่งขวัญคลินิกก็มีบทความอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคนเป็นสิวอีกด้วย สามารถกดเข้าไปอ่านได้เลยค่ะ >>> อาหาร 3 ประเภทที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่ต้องการเป็นสิว

ต้องการรักษาสิวครบวงจร
เรียนรู้คอร์สรักษาสิว Acne clear Max

โปรไบโอติก สิว

โปรไบโอติก (Probiotic)

  ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้พบความเชื่อมโยงระหว่างลำไส้และผิวพรรณ (Gut-Skin connection) โดยพบว่าโรคผิวหนังหลายโรค เช่น สิว ผิวแพ้ง่าย สิวหน้าแดง (Rosacea) สะเก็ดเงิน มีความสัมพันธ์กับการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการลดลงของจุลินทรีย์ดี สิ่งที่ตามมาคือจุลินทรีย์หรือเชื้อก่อโรคจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการอักเสบของผนังลำไส้และเกิดรอยแยก สารพิษในลำไส้จะสามารถผ่านรอยแยกนี้เข้าสู่กระแสเลือดได้ เป็นสาเหตุให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ดังนั้นการทานโปรไบโอติกจะไปยับยั้งต้นเหตุดังกล่าวและช่วยลดการอักเสบลง

  ที่คลินิกเราเองได้สังเกตเห็นว่าในคนไข้บางคนที่เป็นสิวอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อได้รับประทานโปรไบโอติกก็พบว่าสิวอักเสบเกิดขึ้นน้อยลงและสามารถป้องกันสิวอักเสบในคนไข้บางคนได้สำเร็จอีกด้วย

ไฟเบอร์ สิว

ไฟเบอร์ (Fiber)

  มีชิ้นงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานไฟเบอร์ 13 กรัม/มื้อจะช่วยทำให้สิวดีขึ้น ซึ่งที่จริงแล้วไฟเบอร์นั้นมาจากผักและผลไม้เป็นหลัก เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเราควรรับประทานผักและผลไม้ในแต่ละวันให้มาก (ขนาด สสส. ยังรณรงค์ให้เรากินผักและผลไม้ 4 ขีดต่อวันเลย) ไฟเบอร์นอกจากจะเป็นอาหารให้โปรไบโอติก (อาหารเสริมในข้อแรก) ทำให้เชื้อทำงานได้ดีขึ้นแล้วตัวไฟเบอร์เองยังช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น แก้ท้องผูก ชะลอวัย และยังป้องกันมะเร็งได้อีกด้วย

โอเมก้า 3 สิว

ไขมัน Omega-3

  ไขมัน Omega-3 มักพบในอาหารจากสัตว์ทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอล ปลากระพง หรือกลุ่มอาหารจำพวกไข่ นมถั่วเหลือง ถั่วต่างๆ ซึ่งโดยหลักการ Omega-3 เป็นไขมันที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายจึงส่งผลทางอ้อมช่วยลดการอักเสบของสิวอีกทีนึง ได้มีการศึกษาในกลุ่มทดลองที่ให้รับประทานอาหารที่มีไขมัน Omega-3 มากๆ พบว่าสามารถลดสิวหัวดำ สิวอักเสบ สิวหัวช้างได้

ต้องการรักษาสิวครบวงจร
เรียนรู้คอร์สรักษาสิว Acne clear Max

สังกะสี สิว

สังกะสี (Zinc)

  เป็นกลุ่มแร่ธาตุที่ช่วยเรื่องผิวหนังและเส้นผม สังกะสีเป็นสารที่ลดกระบวนการอักเสบและสามารถยับยั้งแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ซึ่งเป็นเชื้อโรคก่อสิว จึงส่งผลให้เป็นสิวลดลงได้ อาหารที่มีสังกะสีมาก ได้แก่ เนื้อสัตว์ หอย เมล็ดธัญพืช ไข่ สำหรับคนที่อยากใช้อาหารเสริมจะแสวงหา chelated zinc มารับประทานก็ไม่ผิดอะไรเช่นกัน

เกร็ดความรู้: สังกะสีนอกจากจะช่วยเรื่องสิวแล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องเส้นผมโดยเฉพาะในคนไข้ที่มีอาการผมร่วงจากความเครียด ภาวะผมบางจากกรรมพันธุ์ได้อีกด้วย

วิตามินเอ สิว

วิตามินเอ (Vitamin A)

  ปกติวิตามินเอเป็นวิตามินที่ใช้ในการรักษาสิวอยู่แล้ว ด้วยสรรพคุณที่ช่วยขจัดเซลล์ผิวจึงทำให้สิวอุดตันลดลง ทำให้ผิวเนียนเรียบและมีฤทธิ์ป้องกันสิวได้ดีอีกด้วย แต่วิตามินเอก็ถือเป็นดาบสองคมเพราะตัววิตามินเอเองทำให้ผิวหนังแห้ง แตก ลอกได้ง่ายจึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ในสตรีมีครรภ์ก็ไม่ควรรับประทานวิตามินเอมากจนเกินไปเพราะอาจส่งผลให้การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มีความผิดปกติขึ้นมาได้

  อาหารที่มีวิตามินเอสูง ได้แก่ ไข่ ตับ น้ำมันตับปลา ผักสีเหลืองส้ม (เช่น ฟักทอง แครอท) หรือผักใบเขียว (ผักโขม คะน้า ตำลึง)

สิว อาหาร หลีกเลี่ยง

3 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หากไม่อยากเป็นสิว!

3 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หากไม่อยากเป็นสิว!

  “คนเป็นสิวมีอาหารแสลงหรืออาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงด้วยเหรอ” คำถามนี้เป็นหนึ่งในข้อปฏิบัติตัวที่คนไข้สิวหลายคนไม่รู้ ทำให้เมื่อทานอาหารเหล่านี้เข้าไปจึงเกิดปัญหาสิวขึ้นมา คนที่มีสิวมากอยู่แล้วก็ยิ่งเห่อหนักขึ้นไปอีก ในปัจจุบันเราได้ค้นพบว่าอาหารบางอย่างจะไปรบกวนสมดุลในร่างกายหรือทำให้ฮอร์โมนบางตัวมีระดับเปลี่ยนแปลงไปแล้วกระตุ้นสิวขึ้นมาได้

  อาหารที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นเพียงแค่คำแนะนำกว้างๆ ที่แม้แต่รายงานทางการแพทย์ก็ยังไม่ฟันธง 100% ดังนั้นจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงแต่พอดีและควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งนะคะ

  นอกจากจะมีอาหารต้องห้ามแล้วทางมิ่งขวัญคลินิกก็มีบทความอาหารเสริมที่ช่วยทำให้สิวดีขึ้น สามารถกดเข้าไปอ่านได้เลยค่ะ >>> อาหารเสริมที่ช่วยให้สิวดีขึ้น

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยดีท็อกสิวและเลเซอร์

3 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หากไม่อยากเป็นสิว

  • You are what you eat กินอย่างไร ส่งผลต่อร่างกายอย่างนั้น เป็นประโยคที่เป็นความจริงค่ะ อาหารส่งผลต่อร่างกาย กินอาหารดีมีประโยชน์ ส่งผลให้สุขภาพดี กินอาหารไม่ดี สุขภาพย่อมเสื่อมโทรมสิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อระบบภายในเท่านั้น แต่ส่งผลต่อเรื่องผิวพรรณอีกด้วย
  • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากเป็นสิวหลักๆจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มค่ะ
น้ำตาล สิว

กลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลสูง ( High glycemic index)

  คืออาหารตระกูลแป้งหรือน้ำตาลที่เมื่อทานเข้าไปแล้วถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วๆ ทานบ่อยๆ ทานมากๆ จะส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin resistance) จะส่งผลในการกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนแอนโดนเจนมากขึ้น ซึ่งทำให้ต่อมไขมันขับน้ำมันออกมามากขึ้น กระตุ้นให้เกิดสิวและการอักเสบตามมาอีกด้วย

  • กลุ่มนี้จะเป็นแป้งหรือน้ำตาลสูงและมีไฟเบอร์อยู่น้อยหรือไม่มีไฟเบอร์ เช่น น้ำตาล ข้าวขาว แป้งขาวเส้นพาสต้า ขนมปังขาว น้ำอัดลม น้ำหวาน ชานมไข่มุก เค้ก เบเกอรี่ แครกเกอร์ เฟรนฟราย ขนมถุงน้ำผลไม้ อาหารจั้งฟูด
นม ผลิตภัณฑ์จากนม สิว

นมและผลิตภัณฑ์จากนม (Milk and Dairy products)

  เมื่อดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์จากนม จะทำให้มีร่างกายการหลั่งฮอร์โมน IGF-1 ซึ่งกระตุ้นให้เกิดสิวและการอักเสบตามมา และฮอร์โมนในนมเองยัง สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดสิว นอกจากนี้ผู้ที่มีปัญหาแพ้น้ำตาลในนมวัว ซึ่งพบมากถึง 90% ในประชากรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเกิดปัญหาสิวตามมาจากปฏิกิริยาการแพ้น้ำตาลแลคโตส

  • เลี่ยงนมวัว นมปรุงรส (ช๊อคโกแลต, รสหวาน, นมเปรี้ยว) เวย์โปรตีน+++
น้ำมัน สิว

น้ำมันที่ผ่านกรรมวิธีหรือการแปรรูป

  ไขมันทรานส์และไขมันพืชที่สัดส่วน omega6:omega3 สูง เกิดสิวและการอักเสบตามมา

  • น้ำมันควรเลี่ยง: น้ำมันพืชเช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันจากคาโนล่า น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าว เนยขาว มาการีน

น้ำมันที่ทานได้: น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันจากอาโวคาโด

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยดีท็อกสิวและเลเซอร์

อาหาร หลีกเลี่ยง สิว
สาเหตุ สิว รักษา

ไม่อยากเป็นสิว รู้จักสาเหตุและวิธีการรักษาสิวกันเถอะ

ไม่อยากเป็นสิว รู้จักสาเหตุและวิธีการรักษาสิวกันเถอะ

  การรู้ถึงสาเหตุและวิธีการรักษาสิวถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะพิชิตสิวให้หายขาดได้ สำหรับคนที่เป็นสิวนั้นย่อมเคยผ่านการลองผิดลองถูกมาบ้างไม่น้อยซึ่งในกรณีที่สิวไม่รุนแรงหรือมีปริมาณน้อยก็อาจจะสามารถรักษาให้หายเองได้ แต่ถ้าสิวที่ขึ้นนั้นมีปริมาณมากและมีความรุนแรง เช่น สิวอักเสบมาก สิวกลัดเป็นหนองขนาดใหญ่ กรณีนี้นอกจากจะรักษาด้วยตนเองไม่หายขาดแล้วยังอาจทำให้สิวรุนแรงมากกว่าเดิมจนทำให้เป็นปัญหาใหญ่ตามมาคือเป็นหลุมสิวจำนวนมากได้
  ดังนั้นการรักษาสิวที่ดีจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงต้นกำเนิดของตัวสิวเองว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงจากสิวไม่อักเสบเป็นสิวอักเสบรวมถึงการทำให้เกิดหลุมสิว ในบทความนี้เราจะลงรายละเอียดในประเด็นสาเหตุและการรักษาสิวค่ะ
  สำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้เรื่องหลุมสิวเป็นหลัก แนะนำให้กดเข้าไปอ่านในบทความนี้ก่อนค่ะ >>> หลุมสิว

ต้องการรักษาสิวครบวงจร
เรียนรู้คอร์สรักษาสิว Acne clear Max

สิวคืออะไร?

  • โรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการอุดตันของไขมันหรือ sebumในรูขุมขน
  • เกิดเป็นหัวสิวหรือ comedones หากมีตัวกระตุ้นอาจเกิดการอักเสบ (ปวด, บวม, แดง, ร้อน, เป็นหนอง)
  • ถ้าเกิดการอักเสบ จะส่งผลข้างเคียงเช่น รอยแดง รอยดำ หลุมสิว แผลเป็นตามมาได้

พบสิวที่บริเวณใด?

 มักพบบริเวณผิวที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่อยู่กันอย่างหนาแน่นเช่นใบหน้า คอ หน้าอก แผ่นหลัง

กลไกการเกิดสิวเกิดได้อย่างไร?

กลไกการเกิดสิวเกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ

  1. ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น (Seborrhea) เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตไขมันออกมามากขึ้นถึง 500% ต่อมไขมันจะมีท่อเชื่อมเข้าไปในรูขุมขน ไขมันจะออกมาทางรูเปิดของรูขุมขน หากมีการขับหรือระบายของไขมันไม่ทัน ก็จะเกิดการสะสมและค้างของไขมันในรูขุมขน (อ่านต่อใน หน้ามันเกิดจากอะไร รักษาอย่างไร?)
  2. ภาวะขี้ไคลบริเวณรูขุมขนหนาตัวขึ้นผิดปกติ (Hyperkeratosis) สาเหตุเกิดจากไขมันที่ผลิตออกมากระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณรูเปิดรูขุมขนสร้างขี้ไคลมากกว่าปกติ
  3. เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น (Microbial colonization) เมื่อเกิดการอุดตันของรูขุมขนจะเกิดภาวะที่ไร้ออกซิเจนในรูขุมขน ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เชื้อเพิ่มจำนวนได้ดีเนื่องจาก Cutibacterium acnes เป็นแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนหรือ anaerobes แบคทีเรียตัวนี้จะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยสลายไขมัน เพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา
กลไก การเกิด สิว

ต้องการรักษาสิวครบวงจร
เรียนรู้คอร์สรักษาสิว Acne clear Max

สิวมีกี่ชนิด?

สิวสามารถแบ่งหลักๆได้ 2 ชนิด คือ

  1. สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) สิวชนิดนี้จะไม่มีการปวด บวม แดง ร้อน เป็นหนองได้แก่สิวหัวขาว (สิวหัวปิด) และสิวหัวดำ (สิวหัวเปิด)
  2. สิวอักเสบ (inflammatory acne) มีลักษณะคือปวด บวม แดง ร้อนหรือเป็นหนองได้ โดยปกติสิวชนิดนี้มักทำเกิดผลข้างเคียงตามมาได้แก่รอยแดง รอยดำและหลุมสิว
ชนิด สิว

อะไรเป็นสาเหตุการเกิดสิว?

อาจแบ่งง่ายๆ เป็น 2 ปัจจัย คือ

  1. ปัจจัยภายใน คือปัจจัยจากภายในร่างกายเราเอง
    • กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อหรือแม่มีปัญหาสิวรุนแรง ลูกเมื่อเข้าวัยรุ่นมักมีปัญหาสิวด้วย
    • ระดับฮอร์โมนเพศ (อ่านเพิ่มเติมใน เรื่องของฮอร์โมนกับผิว)
      • แอนโดนเจนเป็นฮอร์โมนเพศชายที่จะเริ่มหลั่งออกมาเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น โดยจะหลั่งทั้งในเพศชายและหญิง เป็นฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ส่งผลให้เมื่อเข้าวัยรุ่นผิวจะมันขึ้น รูขุมขนดูกว้างถ่างและเกิดสิวได้ง่าย
      • โปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนในเพศหญิง ที่จะหลั่งออกมามากช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์ เป็นฮอร์โมนที่ส่งผลให้มีการบวมของรูขุมขน ทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้น
  2. ปัจจัยภายนอก คือปัจจัยที่เกิดจากพฤติกรรม การนอน การทานอาหาร การใช้เครื่องสำอาง ยาสภาพแวดล้อม ซึ่งสามารถป้องกันได้
    • อาหาร (อ่านเพิ่มเติมใน 3 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากเป็นสิว)
    • ยาบางชนิด เช่น ยากันชักสเตียรอยด์ (ในรูปแบบการทา, กิน, ฉีด)
    • เครื่องสำอาง เช่น รองพื้นครีมเนื้อหนักๆ ครีมใส่ผม น้ำมันหรือแว็กส์ใส่ผม
    • ความเครียดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
    • นอนน้อยกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
สาเหตุ สิว

การรักษาสิวทำอย่างไร?

  • มาตรฐานในการรักษาสิวในปัจจุบันมีทั้งยาทาและยารับประทาน โดยจะใช้การทายาเป็นพื้นฐานในทุกๆเคส และเสริมยารับประทานในเคสที่มีความรุนแรงมากขึ้น
  • คนไข้ต้องเข้าใจพื้นฐานการดูแลผิว หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิว
  • นอกจากนี้เราสามารถเสริมการรักษาสิวด้วยการทำทรีทเม้นท์รักษาสิว การกดสิว การฉีดสิว การดีท็อกซ์ผิว การใช้เลเซอร์ การฉายแสงสีฟ้าเพื่อให้สิวหายเร็วขึ้น ลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการเป็นสิว (อ่านเพิ่มเติมใน Acne clear max)
  • ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษาสิวจะใช้เวลา 4 อาทิตย์ถึง 6 เดือนขึ้นกับความรุนแรง
  • โดยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เป็นสิว เพื่อให้การรักษาสิวมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความรุนแรงได้อย่างรวดเร็วและป้องกันผลข้างเคียงจากการเป็นสิวที่เป็นแล้วเป็นเลยเช่นหลุมสิว ที่ถึงแม้ว่าทำการรักษาโดยนวัตกรรมหลายชนิด ผลลัพธ์ก็จะไม่ 100% ดังนั้นถ้าเป็นสิว ต้องรีบหาย อย่าปล่อยยืดเยื้อ