<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แผล Archives - Mingkwan Clinic</title>
	<atom:link href="https://mingkwanclinic.com/category/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://mingkwanclinic.com/category/แผล/</link>
	<description>คลินิก มิ่งขวัญ รักษาสิว หลุมสิว เลเซอร์</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 Nov 2024 05:33:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://mingkwanclinic.com/wp-content/uploads/2026/02/cropped-Site-Logo-Square-32x32.jpg</url>
	<title>แผล Archives - Mingkwan Clinic</title>
	<link>https://mingkwanclinic.com/category/แผล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง</title>
		<link>https://mingkwanclinic.com/%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Mingkwan Tanchotikul]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Feb 2022 12:25:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mingkwanclinic.com/?p=815</guid>

					<description><![CDATA[<p>คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง &#038;emsp [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://mingkwanclinic.com/%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง</a> appeared first on <a href="https://mingkwanclinic.com">Mingkwan Clinic</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1>คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง</h1>
<p>&emsp;&emsp;คีลอยด์จัดเป็นแผลเป็นประเภทนึงที่มีขนาดใหญ่และสร้างความไม่สบายใจ(และสบายตา)เป็นอย่างมาก และคำถามที่หมอเจอบ่อยมากในคลินิกก็คือจะรู้ได้อย่างไรว่าแผลเป็นนี้เป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ แล้วมันเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรกันบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันค่ะ
</p>

<div class="table-outer">
    <div class="table-inner">
        <p style="padding-left: 15px; font-weight: bold; font-size: 20px;">สารบัญ คลิกอ่าน</p>
        <ul class="table-ul">
            <li>
                <a href="#1">
                    <strong>คีลอยด์ (Keloids) คืออะไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#2">
                    <strong>คีลอยด์มีลักษณะอย่างไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#3">
                    <strong>คีลอยด์เกิดตำแหน่งไหน?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#4">
                    <strong>ทำไมถึงเกิดคีลอยด์?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#5">
                    <strong>คีลอยด์อันตรายหรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#6">
                    <strong>จะรู้ได้อย่างไรว่า เราเป็นแผลคีลอยด์ได้ง่ายหรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#7">
                    <strong>เราสามารถป้องกันการเกิดคีลอยด์ได้อย่างไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#8">
                    <strong>คีลอยด์หายเองได้หรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#9">
                    <strong>คีลอยด์รักษาอย่างไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#10">
                    <strong>การฉีดยารักษาคีลอยด์ทำอย่างไร? ต้องทำกี่ครั้ง?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#11">
                    <strong>การผ่าคีลอยด์ออกทำอย่างไร? เจ็บแต่จบหรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#12">
                    <strong>คีลอยด์เมื่อรักษาแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#13">
                    <strong>แผลนูนทุกชนิดคือคีลอยด์หรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#14">
                    <strong>แผลนูนเกิน (Hypertrophic scar) ต่างจากแผลคีลอยด์ (Keloid)อย่างไร?</strong>
                </a>
            </li>
        </ul>
    </div>
    <div class="space">
    </div>
</div>

<a href="/keloid/"><img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Keloid-bg.webp" alt="รักษา คีลอยด์" width="600" height="155" loading="lazy" class="image-blog"></a>
<div class="ad-insert">
    <div>
        <p>เคสรีวิวรักษาคีลอยด์/แผลเป็นนูน<br>ด้วยเลเซอร์และยา ลด 50%</p>
    </div>
    <button onclick="location.href='https://line.me/R/ti/p/@mingkwanclinic'" class="ad-button" type="button">ติดต่อ</button>
</div>

<div id="1"></div>
<h2>คีลอยด์ (Keloids) คืออะไร?</h2>
<p>&emsp;&emsp;แผลเป็นนูนที่เกิดจากการซ่อมแซมอย่างผิดปกติทำให้มีขนาดใหญ่นูนกว่ารอยแผลเดิมกว่า อาจเกิดภายหลังเกิดหลังเกิดแผลทันทีหรืออาจเกิดเมื่อแผลหายดีแล้ว</p>

<div id="2"></div>
<h2>คีลอยด์มีลักษณะอย่างไร?</h2>
<ul>
    <li>
        ก้อนแผลเป็นนูนอาจเป็นก้อนหรือเป็นขีดหนาตามลักษณะของแผลเดิม ขยายขนาดได้เรื่อยๆ
    </li>
    <li>
        มีสีแดง น้ำตาลหรือม่วงเข้ม
    </li>
    <li>
        เวลาจับจะแข็งๆแน่นๆคล้ายยางลบ
    </li>
    <li>
        โดยจะมีขนาดใหญ่กว่ารอยแผลเดิมมาก 
    </li>
    <li>
        อาจมีอาการคัน เจ็บๆ แสบๆ ร่วมด้วย
    </li>
</ul>

<div id="3"></div>
<h2>คีลอยด์เกิดตำแหน่งไหน?</h2>
<p>&emsp;&emsp;สามารถเกิดได้ทุกตำแหน่งที่เกิดการบาดเจ็บของผิว ไม่ว่าจะเป็นการเจาะหู รอยเกา รอยถลอก รอยแผลสิว รอยผ่าตัด แผลอีสุกอีใส</p>

<div id="4"></div>
<h2>ทำไมถึงเกิดคีลอยด์?</h2>
<ul>
    <li>
        เชื่อว่าเกิดจากกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่เป็น ลูกมีโอกาสเป็น
    </li>
    <li>
        จากการศึกษาพบว่าเกิดในคนที่ผิวเข้มมากกว่าคนผิวขาว โดยคนแอฟริกา คนเอเชีย คนลาตินพบว่าเกิดคีลอยด์มากกว่าฝรั่งขาวหรือคอเคเซียน
    </li>
</ul>

<div id="5"></div>
<h2>คีลอยด์อันตรายหรือไม่?</h2>
<p>&emsp;&emsp;ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ปกติเราจะรักษาด้วยสาเหตุเรื่องของความสวยงามหรือมีอาการเจ็บแสบคัน</p>

<div id="6"></div>
<h2>จะรู้ได้อย่างไรว่า เราเป็นแผลคีลอยด์ได้ง่ายหรือไม่?</h2>
<ul>
    <li>
        ดูจากแผลปลูกฝี BCG ตอนทารกที่ต้นแขน
    </li>
    <li>
        ประวัติคนในครอบครัว มีคีลอยด์ง่าย
    </li>
</ul>

<div id="7"></div>
<h2>เราสามารถป้องกันการเกิดคีลอยด์ได้อย่างไร?</h2>
<ul>
    <li>
        ผู้ที่เกิดคีลอยด์ง่าย ควรระวังการเกิดแผลเพราะมีโอกาสที่แม้แต่การเจาะหูก็อาจได้ตุ้มหูคีลอยด์แถมมา 
    </li>
    <li>
        ใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้หลังจากเกิดแผล แต่ผลที่ได้ก็ไม่แน่นอน
    </li>
</ul>

<div id="8"></div>
<h2>คีลอยด์หายเองได้หรือไม่?</h2>
<p>&emsp;&emsp;คีลอยด์ไม่สามารถยุบลงเองได้ ต้องทำการรักษา</p>

<a href="/keloid/"><img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Keloid-bg.webp" alt="คลินิก รักษา คีลอยด์" width="600" height="155" loading="lazy" class="image-blog"></a>
<div class="ad-insert">
    <div>
        <p>เคสรีวิวรักษาคีลอยด์/แผลเป็นนูน<br>ด้วยเลเซอร์และยา ลด 50%</p>
    </div>
    <button onclick="location.href='https://line.me/R/ti/p/@mingkwanclinic'" class="ad-button" type="button">ติดต่อ</button>
</div>

<div id="9"></div>
<h2>คีลอยด์รักษาอย่างไร?</h2>
<p>&emsp;&emsp;การรักษามีหลายวิธีขึ้นกับขนาดและตำแหน่งเช่นการฉีดยาให้คีลอยด์ยุบ การใช้เลเซอร์หรือความเย็นจี้ออก การใช้เลเซอร์ลดความแดง การผ่าตัดเอาก้อนคีลอยด์ออก การใช้แผ่นแปะกดก้อนคีลอยด์ไว้ แต่ไม่ว่าเป็นการรักษาแบบไหนก็มีโอกาสที่คีลอยด์จะกลับมาเป็นซ้ำ หลังรักษาตัวหมอเองจะแนะนำให้คนไข้ใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้เสมอ</p>

<div id="10"></div>
<h2>การฉีดยารักษาคีลอยด์ทำอย่างไร? ต้องทำกี่ครั้ง?</h2>
<p>&emsp;&emsp;ตัวยาที่ใช้หลักในการฉีดคือคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นการรักษาตามมาตรฐานที่ปลอดภัยและไม่เจ็บมาก โดยแพทย์จะเป็นผู้ฉีดตัวยาเข้าไปในก้อนคีลอยด์ ทำเดือนละ 1 ครั้งต่อเนื่องไปเรื่อยจนกระทั่งคนไข้พอใจ</p>

<div id="11"></div>
<h2>การผ่าคีลอยด์ออกทำอย่างไร? เจ็บแต่จบหรือไม่?</h2>
<p>&emsp;&emsp;คือการตัดก้อนคีลอยด์ออกแล้วเย็บขอบแผลมาชนกัน เป็นหนึ่งในวิธีรักษาคีลอยด์ แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงเพราะการผ่าตัดก็ทำให้ผิวเกิดการบาดเจ็บ มีโอกาสที่คีลอยด์จะกลับมาเป็นซ้ำ ดังนั้นหลังทำแพทย์จะใช้วิธีอื่นร่วมด้วยเช่นการฉีดยาหรือการกดด้วยแผ่นซิลิโคน </p>

<div id="12"></div>
<h2>คีลอยด์เมื่อรักษาแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?</h2>
<p>&emsp;&emsp;คีลอยด์ถือเป็นโรคที่รักษายาก เมื่อรักษาไปแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำถึง 50%</p>

<div id="13"></div>
<h2>แผลนูนทุกชนิดคือคีลอยด์หรือไม่?</h2>
<div>ไม่ใช่ แผลเป็นนูนจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ</div>
<ol>
    <li>
        <b>แผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic scar)</b>
    </li>
    <li>
        <b>คีลอยด์ (Keloid)</b>
    </li>
</ol>
<img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Scar-vs-keloid.webp" alt="แผลเป็นนูน คีลอยด์ เกิดจาก" width="600" height="800" loading="lazy" class="image-blog" style="padding-bottom: 30px;"> 

<div id="14"></div>
<h2>แผลนูนเกิน (Hypertrophic scar) ต่างจากแผลคีลอยด์ (Keloid)อย่างไร?</h2>
<div>ความต่างคือ</div>
<ul>
    <li>
        <b>แผลนูนเกิน</b> เกิดได้กับทุกคน มักเกิดในบริเวณที่มีความตึงมาก ขนาดไม่ใหญ่กว่าแผลเดิม สูงไม่เกิน 4 มิลลิเมตร แผลมีสีเนื้อหรือน้ำตาลอ่อน หายเองได้ภายใน 6 เดือนถึง 3 ปี
    </li>
    <li>
        <b>แผลคีลอยด์</b>มีกรรมพันธุ์มาเกี่ยวข้อง เกิดได้ทุกที่ที่ผิวบาดเจ็บ ขนาดใหญ่กว่าแผลเดิมมาก ขยายขนาดได้เรื่อยๆ ก้อนแข็งคล้ายยางลบ มีสีแดง น้ำตาลหรือม่วง ไม่หายเอง
    </li>
</ul>

<div class="ad-insert">
    <div>
        <p>รักษาคีลอยด์<br>ที่มิ่งขวัญคลินิก</p>
    </div>
    <button onclick="location.href='/keloid/'" class="ad-button" type="button">กดดูรายละเอียด</button>
</div>
<p>The post <a href="https://mingkwanclinic.com/%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">คีลอยด์เกิดจากอะไร เข้าคลินิกแล้วจะรักษายังไงบ้าง</a> appeared first on <a href="https://mingkwanclinic.com">Mingkwan Clinic</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน</title>
		<link>https://mingkwanclinic.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Mingkwan Tanchotikul]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Feb 2022 11:22:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สิว]]></category>
		<category><![CDATA[แผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mingkwanclinic.com/?p=807</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน &#038;ems [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://mingkwanclinic.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน</a> appeared first on <a href="https://mingkwanclinic.com">Mingkwan Clinic</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1>หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน</h1>
<p>&emsp;&emsp;หลุมสิว หน้าปรุเป็นปัญหาน่าหนักใจ รักษายาก ไหนจะต้องทำเข้าคลินิกเพื่อเลเซอร์แถมต้องใช้เวลารักษานานอีก ทำให้ผู้มีปัญหาหมดความมั่นใจไปมาก บทความนี้หมอเขียนขึ้นมาเพื่อให้คนไข้เข้าใจว่าหลุมสิวคืออะไร เกิดได้อย่างไร มีกี่ประเภท ป้องกันและรักษาอย่างไรค่ะ </p>

<div class="table-outer">
    <div class="table-inner">
        <p style="padding-left: 15px; font-weight: bold; font-size: 20px;">สารบัญ คลิกอ่าน</p>
        <ul class="table-ul">
            <li>
                <a href="#1">
                    <strong>หลุมสิวคืออะไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#2">
                    <strong>หลุมสิวเกิดจากอะไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#3">
                    <strong>หลุมสิวมีกี่ประเภท?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#4">
                    <strong>สิวแบบไหนทำให้เกิดหลุมสิว?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#5">
                    <strong>กลไกที่ทำให้สิวอักเสบคืออะไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#6">
                    <strong>จะรู้ได้อย่างไรว่าสิวอักเสบหรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#7">
                    <strong>สิวไม่อักเสบเช่นสิวหัวดำ สิวหัวขาวไม่ทำให้เกิดหลุมใช่หรือไม่?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#8">
                    <strong>เราจะป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว หน้าปรุได้อย่างไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#9">
                    <strong>หากเกิดหลุมสิวแล้ว รักษาอย่างไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#10">
                    <strong>การรักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้ง?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#11">
                    <strong>ที่มิ่งขวัญคลินิกเรารักษาหลุมสิวด้วยวิธีใด?</strong>
                </a>
            </li>
        </ul>
    </div>
    <div class="space">
    </div>
</div>

<div id="1"></div>
<h2>หน้ามันเกิดจากสาเหตุอะไร?</h2>
<p>&emsp;&emsp;เป็นรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งที่เกิดการบุ๋มลงไปของผิว ทำให้ผิวเป็นรู ดูปรุ ไม่เรียบเนียน</p>

<div id="2"></div>
<h2>หลุมสิวเกิดจากอะไร?</h2>
<ul>
    <li>
        เกิดจากการอักเสบของผิว ทำให้เกิดการทำลายของผิวตั้งแต่ผิวด้านบนถึงไขมันใต้ผิว เมื่อมีการซ่อมแซมจนแผลสมานหายดีแล้ว ไม่สามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายได้ ทำให้ผิวบุ๋มลงไป รวมถึงยังกระตุ้นให้มีการสร้างผังผืดมายึดใต้ผิว ดึงหลุมสิวให้ลึกลงไปอีก
    </li>
    <li>
        ความลึกและขนาดขึ้นกับความรุนแรงของการอักเสบ
    </li>
</ul>

<div id="3"></div>
<h2>หลุมสิวมีกี่ประเภท?</h2>
<p>&emsp;&emsp;แบ่งได้ 3 ชนิดคือ หลุมแบบคลื่น หลุมกล่อง หลุมจิก</p>
<img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Atrophic-scars.webp" alt="หลุมสิว สาเหตุ ประเภท" width="600" height="800" loading="lazy" class="image-blog">
<ol>
    <li>
        <b>หลุมคลื่น (Rolling scar)</b> ลักษณะคล้ายคลื่น ขอบหลุมไม่คม โค้งคล้ายกระทะ(ขนาดประมาณ4-5 มิลลิเมตร) เกิดจากการที่แผลมีผังผืดมาดึงรั้ง
    </li>
    <li>
        <b>หลุมกล่อง (Boxcar scar)</b> ลักษณะคล้ายกล่อง ปากกว้าง(ขนาดประมาณ 1.5-4 มิลลิเมตร) ก้นแผลกว้าง ขอบหลุมจะคมชัด เป็นแผลที่เกิดในอีสุกอีใสหรือสิว
    </li>
    <li>
        <b>หลุมจิก( Ice pick scar)</b> ลักษณะเป็นหลุมปากแคบ(ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร) ก้นแผลแหลม คล้ายรูปกรวย มีการทำลายไปถึงชั้นหนังแท้  เป็นชนิดที่ลึกสุดและรักษายากสุด
    </li>
</ol>

<div style="position:relative; width:min(100%, 56.25vh); height:0; padding-bottom:min(160vw, 100vh); margin:0 auto 30px;">
    <video title="รีวิว รักษาหลุมสิว" id="video1" style="position:absolute; top:0; left:0; width:100%; height:100%;" controls playsinline autoplay muted loop loading="lazy">
    <source src="https://demo2.mingkwanclinic.com/wp-content/uploads/2024/06/Acne-scar-review.mp4" type="video/mp4"></video>
</div>
<div class="ad-insert">
    <div>
        <p style="line-height: 1.6;">ดูรูปรีวิว<br>รักษาหลุมสิวเพิ่มเติม</p>
    </div>
    <button onclick="location.href='/รักษาหลุมสิว-double-lasers-subcisions/#7'" class="ad-button" type="button">กดดูรายละเอียด</button>
</div>

<div id="4"></div>
<h2>สิวแบบไหนทำให้เกิดหลุมสิว?</h2>
<ul>
    <li>
        สิวที่มีการอักเสบทุกชนิดทำให้เกิดหลุมสิวได้ เช่น
        <ul style="list-style: circle;">
            <li>
                <b>สิวอักเสบตุ่มแดง (Papule acne)</b> สิวอักเสบขนาดเล็ก มีการแดงรอบรูขุมขน ยังไม่เป็นก้อนหรือไต
            </li>
            <li>
                <b>สิวหัวหนอง (Pustule acne)</b> สิวที่เป็นตุ่มหนอง
            </li>
            <li>
                <b>สิวเป็นไตๆ (Nodule acne)</b> สิวที่จับแล้วเป็นไตๆ แข็ง
            </li>
            <li>
                <b>สิวหัวช้าง (Cystic acne)</b> จับแล้วนิ่มๆ ถ้าเจาะจะเป็นหนองปนเลือด
            </li>
        </ul>
    </li>
    <li>
        ยิ่งความรุนแรงมาก เป็นหนองมาก ยิ่งมีโอกาสเกิดหลุมรุนแรง
    </li>
</ul>



<div id="5"></div>
<h2>กลไกที่ทำให้สิวอักเสบคืออะไร?</h2>
<img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/01/Acne-cause-patho.webp" alt="สิว สาเหตุ กลไก" width="600" height="522" loading="lazy" class="image-blog">
<ul>
    <li>
        เริ่มจากต่อมไขมันขับน้ำมันออกมา หากมีการขับหรือระบายน้ำมันไม่ทัน จะเกิด<b>การค้างหรือสะสมน้ำมันในรูขุมขน</b> 
    </li>
    <li>
        น้ำมันที่ผลิตออกมาออกมายังกระตุ้นให้เซลล์บริเวณรูเปิด<b>รูขุมขนสร้างขี้ไคลมากกว่าปกติ</b> ทำให้รูขุมขนถูกปิด ส่งผลให้เกิดการสะสมน้ำมันในรูขุมขนมากขึ้นกว่าเดิม
    </li>
    <li>
        เมื่อเกิดการปิดของรูขุมขน จะเกิดภาวะไร้ออกซิเจน ทำให้เชื้อ<b>แบคทีเรีย Cutibacterium acnes เพิ่มจำนวนมากขึ้น</b> เนื่องจาก Cutibacterium acnes เป็นแบคทีเรียที่ไม่ต้องการออกซิเจนหรือanaerobes แบคทีเรียตัวนี้จะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยสลายไขมัน เพิ่มปริมาณสารกระตุ้นอักเสบ <b>ส่งผลให้มีการอักเสบตามมา</b>
    </li>
    <li>
        <b>การอักเสบเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามทำลายสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค</b> โดยเม็ดเลือดขาวหลายชนิดจะพยายามมาล้อมหัวสิวไว้ แล้วปล่อยเอมไซม์เพื่อย่อย และกินหัวสิว เอนไซม์ที่ปล่อยออกมานอกจากช่วยกำจัดหัวสิวและเชื้อแบคทีเรียแล้ว ยังทำลายผิวส่วนที่ดีด้วย <b>ทำให้เกิดหลุมสิวตามมาได้</b>
    </li>
</ul>

<div id="6"></div>
<h2>จะรู้ได้อย่างไรว่าสิวอักเสบหรือไม่?</h2>
<p>&emsp;&emsp;ดูง่ายๆ คือ มีอาการ<b>ปวด บวม แดง ร้อน เป็นหนอง</b></p>

<div id="7"></div>
<h2>สิวไม่อักเสบเช่นสิวหัวดำ สิวหัวขาวไม่ทำให้เกิดหลุมใช่หรือไม่?</h2>
<p>&emsp;&emsp;ใช่ ถ้าสิวไม่อักเสบจะไม่ทำให้เกิดหลุมสิว</p>

<div id="8"></div>
<h2>เราจะป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว หน้าปรุได้อย่างไร?</h2>
<ul>
    <li>
        เริ่มตั้งแต่วัยรุ่น ให้รีบ<b>รักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มเป็นสิว</b> ไม่ควรปล่อยให้สิวเรื้อรัง เป็นความเข้าใจที่ผิดที่มองว่าสิวในวัยรุ่นเป็นเรื่องเล็ก เดี๋ยวโตขึ้นก็ดีเองเพราะปัญหาสิว หลุมสิวเป็นปัญหาที่ส่งผลถึงความมั่นใจระยะยาว
    </li>
    <li>
        <b>ไม่ควรจิก แกะ บีบสิวเอง </b>
        <ul style="list-style: circle;">
            <li >
                การจิก แกะ บีบสิวเองอย่างไม่ถูกวิธี ถ้าสิวออกไม่หมดจะทำให้ปัญหาสิวลุกลามยิ่งขึ้น จากสิวไม่อักเสบกลายเป็นอักเสบกินเนื้อ
            </li>
        </ul>
    </li>
    <li>
        ถ้าเป็นผู้มีปัญหาสิวเรื้อรัง เมื่อรักษาสิวหายแล้ว ควร<b>ทายาสิวต่อเนื่องเพื่อป้องกัน</b>และผลัดหัวสิวออกลดโอกาสการเกิดสิวอักเสบ
    </li>
    <li>
        ควร<b>เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว</b> ไม่เอาหน้าเป็นที่ลองเครื่องสำอางตามกระแส 
    </li>
</ul>

<a href="/acne-scar-program/"><img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Smooth-skin-bg.webp" alt="รักษา แผลเป็นบุ๋ม แผลหลุม" width="600" height="155" loading="lazy" class="image-blog"></a>

<div id="9"></div>
<h2>หากเกิดหลุมสิวแล้ว รักษาอย่างไร?</h2>
<ol>
    <li>
        การทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ<b>เรตินอล วิตามินซี</b>ซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน<wbr>และอีลาสติน
    </li>
    <li>
        การใช้<b>ยาทา Tretinoin</b> ที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว รวมถึงยังช่วยรักษาสิว
    </li>
    <li>
        <b>การลอกผิวด้วยกรดหรือการแต้มกรด</b> เป็นการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดเข้มข้น ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    </li>
    <li>
        <b>การทำเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุเพื่อปลูกผิวใหม่ </b>
        <ul>
            <li>
                ปัจจุบันจะใช้หลักการ Fractional เป็นการลอกผิวส่วนที่ต้องการรักษาออกเพียง 10-25% โดยใช้เลเซอร์หรือคลื่นวิทยุ โดยจะมีพื้นที่ลอกจะสลับกับผิวที่ไม่ถูกลอก ซึ่งจะต่างจากการลอกแบบ conventional ที่ลอกผิวออกทั้งหมด 
            </li>
            <li>
                ข้อดีของระบบ Fractional คือผิวที่ไม่ถูกลอกจะช่วยกระตุ้นให้การซ่อมแผลไวขึ้น ลดระยะพักหน้า ลดผลข้างเคียงเรื่องภาวะดำหรือด่างหลังเลเซอร์
            </li>
        </ul>
    </li>
    <li>
        การทำ <b>Micro-needling</b> หรือการกระตุ้นรูขุมขนด้วยเข็ม เป็นการทำให้ผิวเกิดรูเล็กๆ ทั่วบริเวณรักษา เมื่อผิวเกิดแผลก็จะทำให้เกิดการซ่อมแซมผิวตามมา จะช่วยให้หลุมสิวดูตื้น ผิวเรียบเนียนขึ้น
    </li>
    <li>
        <b>การฉีดสารเติมเต็มใต้ผิว</b> เป็นการเติมสารที่ช่วยเติม volume ส่วนที่หายไปให้เต็มได้แก่ ไฮยาลูโลนิกเอซิด, ไขมัน
    </li>
    <li>
        <b>การตัดผังผืดใต้ผิว (Subcision)</b> เป็นการตัดผังผืดที่ดึงรั้งผิวออก ทำให้แผลยกตัวได้ดีขึ้น โดยใช้เข็มในการกวาดหรือตัดผังผืดหรือใช้ลมที่อัดความเร็วแรงในการตัด แต่วิธีตัดมาตรฐานคือการตัดด้วยเข็ม Nakor ซึ่งเป็นเข็มชนิดพิเศษที่ออกแบบมาพิเศษให้ตัดผังผืดโดยเฉพาะ     
    </li>
    <li>
        <b>การผ่าตัดแผลเป็นออก</b>
</ol>

<div id="10"></div>
<h2>การรักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้ง?</h2>
<p>&emsp;&emsp;ขึ้นกับความรุนแรงและความพอใจของคนไข้</p>

<div class="ad-insert">
    <div>
        <p style="line-height: 1.6;">รักษาหลุมทุกชั้นผิว<br>เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น</p>
    </div>
    <button onclick="location.href='/รักษาหลุมสิว-double-lasers-subcisions/'" class="ad-button" type="button">กดดูรายละเอียด</button>
</div>

<div id="11"></div>
<h2>ที่มิ่งขวัญคลินิกเรารักษาหลุมสิวด้วยวิธีใด?</h2>
<div>รักษาด้วยการ Combined technique เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะปัญหาหลุมสิวเกิดได้จากผิวทุกชั้นโดยใช้</div>
<ul>
    <li>
        <b>Double lasers and subcisions</b> เป็นการรักษาหลุมสิวทุกชั้นผิวโดยใช้เลเซอร์ 2 ชนิดรักษาผิวชั้นบนและการตัดพังผืดหลุมสิวด้วยเครื่องมือพิเศษ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาหลุมสิว
    </li>
    <li>
        <b>Fractional CO2 Laser</b> ซึ่งเป็น Gold standard ในการรักษาหลุมสิว เพื่อกระตุ้นผิวด้านบนให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รูขุมขนหลุมสิวผิวดูละเอียด เรียบเนียน
    </li>
    <li>
        <b>TCA cross</b> เป็นการรักษาหลุมแบบจิกที่ลึกลงไปถึงผิวชั้นลึก เป็นการกระตุ้นลงไปที่ก้นของหลุมโดยตรง
    </li>
</ul>



<p></p>
<p>The post <a href="https://mingkwanclinic.com/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/">หลุมสิว รู้จักวิธีป้องกันและรักษาก่อนเข้าคลินิกกัน</a> appeared first on <a href="https://mingkwanclinic.com">Mingkwan Clinic</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		<enclosure url="https://demo2.mingkwanclinic.com/wp-content/uploads/2024/06/Acne-scar-review.mp4" length="6216828" type="video/mp4" />

			</item>
		<item>
		<title>แผลเป็นรักษาอย่างไรดี เกิดจากอะไร และป้องกันได้ยังไง</title>
		<link>https://mingkwanclinic.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Mingkwan Tanchotikul]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Feb 2022 16:41:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mingkwanclinic.com/?p=751</guid>

					<description><![CDATA[<p>แผลเป็นรักษาอย่างไรดี เกิดจากอะไร และป้องกันได้ยังไง    [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://mingkwanclinic.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/">แผลเป็นรักษาอย่างไรดี เกิดจากอะไร และป้องกันได้ยังไง</a> appeared first on <a href="https://mingkwanclinic.com">Mingkwan Clinic</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1>แผลเป็นรักษาอย่างไรดี เกิดจากอะไร และป้องกันได้ยังไง</h1>
<p>  บทความนี้หมอเขียนขึ้นเพื่ออธิบายสาเหตุของการเกิดแผลเป็น แผลเป็นมีกี่แบบ แผลนูน คีลอยด์ หลุมสิว ผิวแตกรักษาได้อย่างไร แผลเป็นป้องกันได้หรือไม่ ต้องดูแลแผลอย่างไรค่ะ</p>

<div class="table-outer" style="margin-bottom: 30px;">
    <div class="table-inner">
        <p style="padding-left: 15px; font-weight: bold; font-size: 20px;">สารบัญ คลิกอ่าน</p>
        <ul class="table-ul">
            <li>
                <a href="#1">
                    <strong>แผลเป็นเกิดจากอะไร?</strong>
                </a>
            </li>
            <li>
                <a href="#2">
                    <strong>แผลเป็นมีกี่ชนิด? ป้องกันและรักษาอย่างไร?</strong>
                </a>
                <ol>
                    <li>
                        <a href="#3">
                            <strong>แผลเป็นชนิดนูน</strong>
                        </a>
                    </li>
                    <li>
                        <a href="#4">
                            <strong>แผลเป็นบุ๋มหรือเป็นหลุม</strong>
                        </a>
                    </li>
                    <li>
                        <a href="#5">
                            <strong>รอยแตกลาย (Stretch marks)</strong>
                        </a>
                    </li>
                    <li>
                        <a href="#6">
                            <strong>แผลที่มีการหดรั้งของแผล (Contracture scars)</strong>
                        </a>
                    </li>
                </ol>
            </li>
            <li>
                <a href="#7">
                    <strong>ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้เกิดแผลเป็น?</strong>
                </a>
            </li>
        </ul>
    </div>
    <div class="space">
    </div>
</div>

<div id="1"></div>
<h2>แผลเป็นเกิดจากสาเหตุอะไร?</h2>
<p>  แผลเป็นเกิดจากกลไกการซ่อมแซมตัวเองหลังจากที่ผิวของเราบาดเจ็บ โดยผิวของเราจะซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่จะดึงขอบแผลเข้ามาชนกันและเติมเนื้อที่หายไป โดยปกติแล้วการซ่อมแซมของแผลไม่จำเป็นที่จะเกิดแผลเป็นทุกครั้ง อาจเกิดหรือไม่เกิดก็ได้</p>

<div id="2"></div>
<h2>แผลเป็นมีกี่ชนิด? ป้องกันและรักษาอย่างไร?</h2>
<span>สามารถแบ่งคร่าวๆ ได้ 4 ชนิด</span>
<ol>
    <li id="3">
        <b>แผลเป็นชนิดนูน</b> ซึ่งสามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 ชนิด
        <img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Scar-vs-keloid.webp" alt="แผลเป็นนูน คีลอยด์" loading="lazy" class="image-blog" width="600" height="400">
        <ol style="list-style-type: upper-roman;">
            <li>
                <b>แผลเป็นนูนเกิน (Hypertrophic scar)</b>
                <ul>
                    <li>
                        เกิดได้กับทุกคน แต่มักเกิดกับแผลในบริเวณที่มีความตึงมากเช่น แผ่นหลัง บ่า หน้าอก ข้อต่อหรือแผลเย็บที่มีการรั้งของแผลมาก 
                    </li>
                    <li>
                        <b>ลักษณะ:</b> แผลเป็น<b>นูนไม่เกิน 4 มิลลิเมตร ขนาดไม่ใหญ่กว่าแผลเดิม</b> 
                    </li>
                    <li>
                        <b>การดำเนินโรค:</b> ระยะแรกอาจจะมีสีแดง นูน เมื่อเวลาผ่านไปสีก็จะจางลงและอาจจะมีขนาดเล็กลงหรือเรียบไปเอง สามารถยุบได้เองภายใน 6 เดือนแรกถึง 3 ปี
                    </li>
                    <li>
                        <b>การป้องกัน:</b> สามารถป้องกันโดยการใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้หลังจากเกิดแผล
                    </li>
                    <li>
                        <b>การรักษา:</b> ฉีดตัวยาเข้าไปที่แผลให้แผลนูนยุบลง โดยจะฉีดต่อเนื่องทุกเดือนจนแผลเรียบ
                    </li>
                </ul>
            </li>
            <li>
                <b>แผลเป็นคีลอยด์ (Keloids)</b> (อ่านเพิ่มเติมต่อใน <a href="/คีลอยด์-รักษา/"><strong>คีลอยด์คืออะไร-รักษาอย่างไร?</strong></a>)
                <ul>
                    <li>
                        อาจมีเรื่อง<b>พันธุ์กรรม</b> เชื้อชาติมาเกี่ยวข้อง
                    </li>
                    <li>
                        เกิดหลังได้รับบาดแผลที่ผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นแผลจากการเจาะตามร่างกาย แผลไหม้ แผลจากสิว แผลผ่าตัด หรือในบ้างเคสแม้แต่แผลขีดข่วน แผลยุงกัดสามารถเกิดเป็นคีลอยด์ได้ 
                    </li>
                    <li>
                        <b>ลักษณะ:</b> แผลเป็นนูน อาจเป็นก้อน หรือขีดหนาๆ <b>สีแดงหรือน้ำตาล</b> เวลาจับจะแข็งๆคล้ายยางลบ <b>ขยายขนาดเกินขอบแผลเดิมมาก</b> อาจมีอาการ<b>คัน เจ็บๆ แสบๆ</b> ได้ 
                    </li>
                    <li>
                        <b>การดำเนินโรค:</b> ขยายขนาดได้เรื่อยๆ ไม่หายเอง รักษายาก หลังรักษาแล้วอาจกลับมาขึ้นอีกได้ (อัตราการกลับมาขึ้นใหม่อยู่ที่ 50%)
                    </li>
                    <li>
                        <b>การป้องกัน:</b> สามารถป้องกันโดยการใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้หลังจากเกิดแผล แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ดีเหมือนกรณีแผลเป็นนูน
                    </li>
                    <li>
                        <b>การรักษา:</b> การรักษามีหลายวิธีขึ้นกับขนาดและตำแหน่ง เช่นการฉีดยาให้คีลอยด์ยุบ การใช้เลเซอร์หรือความเย็นจี้ออก การผ่าตัดเอาก้อนคีลอยด์ออก แต่ไม่ว่าเป็นการรักษาแบบไหนก็มีโอกาสที่คีลอยด์จะกลับมาเป็นซ้ำ หลังรักษาตัวหมอเองจะแนะนำให้คนไข้ใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลไว้เสมอ 
                    </li>
                </ul>
            </li>
            <a href="/keloid/"><img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Keloid-bg.webp" alt="รักษา คีลอยด์" loading="lazy" class="image-blog" width="600" height="155"></a>
        </ol>
    </li>
    <li id="4">
        <b>แผลเป็นบุ๋มหรือเป็นหลุม (Atrophic scar)</b>
        <ul>
            <li>
                เกิดการทำลายของผิว ไขมันใต้ผิว จะเกิดแผลเป็นชนิดหลุม ร่วมถึงอาจเกิดผังผืดมาดึงรั้งด้านล่างของแผลทำให้หลุมดูลึกขึ้น 
            </li>
            <li>
                สาเหตุที่ทำให้เกิดหลุมคือการอักเสบของแผลที่มีมาก เช่น สิวอักเสบ สิวหัวช้าง แผลอีสุกอีใส
            </li>
            <li>
                แบ่งได้ 3 ชนิดคือ หลุมจิก หลุมกล่อง หลุมแบบคลื่น
                <img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Atrophic-scars.webp" alt="ประเภท แผลเป็นบุ๋ม แผลหลุม" loading="lazy" class="image-blog" width="600" height="800"> 
                <ol style="list-style-type: upper-roman;">
                    <li>
                        <b>หลุมจิก (Ice pick scar)</b> ลักษณะเป็นหลุมปากแคบ (ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร) ก้นแผลแหลมคล้ายรูปกรวย มีการทำลายไปถึงชั้นหนังแท้  เป็นชนิดที่ลึกสุดและรักษายากสุด
                    </li>
                    <li>
                        <b>หลุมกล่อง (Boxcar scar)</b> ลักษณะคล้ายกล่อง ปากกว้าง (ขนาดประมาณ 1.5-4 มิลลิเมตร) ก้นแผลกว้าง ขอบหลุมจะคมชัด เป็นแผลที่เกิดในอีสุกอีใสหรือสิว
                    </li>
                    <li>
                        <b>หลุมคลื่น (Rolling scar)</b> ลักษณะคล้ายคลื่น ขอบหลุมไม่คม โค้งคล้ายกระทะ (ขนาดประมาณ 4-5 มิลลิเมตร) เกิดจากการที่แผลมีผังผืดมาดึงรั้ง 
                    </li>
                </ol>
            </li>
            <li>
                <b>การป้องกัน:</b>
                <ul style="list-style-type: circle;">
                    <li>
                        ในวัยรุ่น หากเป็นสิว ควรรีบรักษา ไม่ควรปล่อยไว้เรื้อรัง เนื่องจากสิวอักเสบทุกเม็ดมีโอกาสทำให้เกิดหลุมสิว
                    </li>
                    <li>
                        ควรฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส หากติดเชื้ออีสุกอีใสแล้ว ไม่ควรแกะหรือเกาแผล
                    </li>
                </ul>
            </li>
            <li>
                <b>การรักษา:</b>
                <ul style="list-style-type: circle;">
                    <li>
                        ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล วิตามินซีซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้
                    </li>
                    <li>
                        ใช้ยาทา Tretinoin
                    </li>
                    <li>
                        ลอกผิวด้วยกรด
                    </li>
                    <li>
                        การทำเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุเพื่อปลูกผิวใหม่
                    </li>
                    <li>
                        การฉีดสารเติมเต็มใต้ผิว
                    </li>
                    <li>
                        การตัดผังผืดใต้ผิว (Subcision)
                    </li>
                    <li>
                        การผ่าตัดแผลเป็นออก
                    </li>
                </ul>
            </li>
        </ul>
    </li>
    <a href="/acne-scar-program/"><img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Smooth-skin-bg.webp" alt="รักษา แผลเป็นบุ๋ม แผลหลุม" loading="lazy" class="image-blog" width="600" height="155"></a>
    <li id="5">
        <b>รอยแตกลาย (Stretch marks)</b>
        <img decoding="async" src="/wp-content/uploads/2022/02/Stretch-marks.webp" alt="รอยแตกลาย เกิดจาก ป้องกัน รักษา" loading="lazy" class="image-blog" width="600" height="388">
        <ul>
            <li>
                <b>เกิดจาก:</b> การฉีกขาดของผิวชั้นในจากการยืดของผิวอย่างรวดเร็ว เช่น ตั้งครรภ์, น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว, วัยรุ่นช่วงยืดตัว, ผู้ที่เล่นกล้ามหรือเกิดจากการใช้สเตอรอยด์นานๆ รวมถึงผู้มีกรรมพันธุ์ที่เกิดรอยแตกง่าย
            </li>
            <li>
                <b>ลักษณะ:</b> รอยแตกเป็นริ้วยาวๆ มักเกิดตามบริเวณที่มีการยืดขยายอย่างรวดเร็ว 
            </li>
            <li>
                <b>การดำเนินโรค:</b> เริ่มแรกสีแดงระยะแรกรอยแตกจะเป็นสีแดงซึ่งเป็นสีของเส้นเลือดใต้ผิวหนังที่อยู่ใต้รอยฉีก และเมื่อเกิดการซ่อมแซม ก็จะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่มาทับทำให้รอยแตกลายจะเปลี่ยนเป็นสีขาวแวว และจะไม่สามารถกลับไปเป็นผิวปกติได้
            </li>
            <li>
                <b>การป้องกัน:</b> 
                <ul style="list-style-type: circle;">
                    <li>
                        ทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นเสมอ อาจเลือกเป็นกลุ่มน้ำมันหรือครีมเนื้อหนัก
                    </li>
                    <li>
                        ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน
                    </li>
                    <li>
                        ควบคุมน้ำหนัก
                    </li>
                </ul>
            </li>
            <li>
                <b>การรักษา:</b> โดยปกติจะรักษาด้วยเหตุผลเรื่องความสวยงาม การรักษาเพียงทำให้รอยแตกดีขึ้นมาก แต่ไม่สามารถทำให้ผิวบริเวณนั้นกลับมาเป็นปกติ 100% 
                <ul style="list-style-type: circle;">
                    <li>
                        การทายาหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น กรดวิตามินเอ วิตามินซี
                    </li>
                    <li>
                        การลอกผิวด้วยกรด
                    </li>
                    <li>
                        การทำเลเซอร์
                    </li>
                    <li>
                        ทำการกระชับผิวที่ยืดด้วยคลื่นวิทยุ
                    </li>
                    <li>
                        การฉีดตัวยา Mesotherapy
                    </li>
                    <li>
                        การฉีด Carboxy 
                    </li>
                    <li>
                        การสักสีเข้าไปบริเวณแผลแตกลาย
                    </li>
                </ul>
            </li>
        </ul>
    </li>
    <li id="6" style="margin-top: 20px;">
        <b>แผลที่มีการหดรั้งของแผล (Contracture scars)</b> ทำให้เกิดการดึงรั้งหรือผิดรูปของอวัยวะเช่นแผลไหม้ (Burn)
        <ul>
            <li>
                <b>การรักษา:</b> มีตั้งแต่การผ่าตัดเพื่อตัดผังผืดที่รั้งออก ทำให้ข้อสามารถขยับได้ปกติ การฉีดยาให้แผลนูนยุบและนิ่มขึ้น รวมถึงการรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟูให้สามารถยืดหรือเหยียดข้อนั้นให้ปกติ
            </li>
        </ul>
    </li>
</ol>

<div id="7"></div>
<h2>ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้เกิดแผลเป็น?</h2>
<ol>
    <li>
        เหตุของการเกิดแผล เช่น แผลไฟไหม้เกิดแผลที่มีการหดรั้ง ติดไวรัสเช่นอีสุกอีใสเป็นแผลหลุมกล่องแผลผ่าตัด แผลแตกลาย
    </li>
    <li>
        ตำแหน่งและความรุนแรง เช่น บริเวณที่มีความตึงมากเช่นหน้าอก ข้อศอกชอบเกิดแผลนูน
    </li>
    <li>
        การรักษาที่ได้รับเมื่อเกิดแผลนั้น 
    </li>
    <li>
        กรรมพันธุ์, เชื้อชาติ
    </li>
</ol>
<p>The post <a href="https://mingkwanclinic.com/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/">แผลเป็นรักษาอย่างไรดี เกิดจากอะไร และป้องกันได้ยังไง</a> appeared first on <a href="https://mingkwanclinic.com">Mingkwan Clinic</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
