ยกกระชับ

ทำไมจึงเลือกใช้ Density RF สำหรับการยกกระชับที่เน้น “คุณภาพผิว”

ทำไมจึงเลือกใช้ Density RF สำหรับการยกกระชับที่เน้น “คุณภาพผิว”

  • เวลาคนไข้ถามหมอว่า “หมอคะ ควรทำเครื่องยกกระชับตัวไหนดี”
  • คำตอบของหมอแทบไม่เคยเริ่มจากชื่อเครื่อง เพราะสำหรับหมอ การยกกระชับที่ดีไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือ แต่เริ่มจากการเข้าใจโครงสร้างใบหน้า และปัญหาของผิวในแต่ละคน
  • Density RF คือหนึ่งในเครื่องมือที่หมอเลือกใช้ สำหรับคนไข้ที่ต้องการการยกกระชับผิวชั้นบน ไม่ว่าจะเป็นผิวบาง ผิวหย่อน หน้าอ้วน หรือคนที่อยากได้ผิวแน่น ดูสุขภาพดีในระยะยาว
  • บทความนี้หมออยากอธิบายให้เข้าใจว่า Density RF คืออะไร เหมาะกับใคร และทำไมหมอจึงเลือกใช้เครื่องนี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก สำหรับคนไข้ที่ต้องการผิวแน่น แข็งแรง และดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ

เข้าใจการยกกระชับหน้าก่อนเลือกเครื่อง

  คำว่า “ยกกระชับหน้า” เป็นคำที่หลายคนใช้เหมือนกัน แต่ความหมายในใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย
  • บางคนอยากให้ผิวตึง
  • บางคนอยากให้หน้าเรียว สลายไขมัน
  • บางคนอยากให้ผิวแน่น ดูอิ่มฟู
  • บางคนรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อย ไม่สดใส
  • และบางคนทำเครื่องยกมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังรู้สึกว่า “ผลลัพธ์ยังไม่สุด”

จากประสบการณ์ของหมอ ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากเครื่องที่ใช้ต่างกันเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

ใบหน้าไม่ใช่โครงสร้างแผ่นเดียว แต่เป็นโครงสร้างหลายชั้น

โครงสร้างผิว ยกกระชับ   หมอมักอธิบายกับคนไข้ว่า ใบหน้าเปรียบเหมือนเตียงนอนหนึ่งหลัง
  • ผ้าปูเตียง → ผิวด้านบน
  • สปริงที่ช่วยพยุงเตียง → เอ็นยึดผิวและชั้น SMAS
  • ฟูก → กระดูก ไขมัน และกล้ามเนื้อ

  เมื่ออายุมากขึ้น ฟูกอาจทรุด ผ้าปูเตียงอาจยืดหรือบางลง และสปริงที่ช่วยพยุงโครงสร้างอาจหย่อนหรืออ่อนแรง ทำให้ปูเตียงแล้วไม่สวยเหมือนเดิม ผลลัพธ์คือใบหน้าดูเปลี่ยนไป ไม่กระชับ ไม่แน่นเหมือนเดิม ดังนั้นการยกกระชับที่ดี จึงต้องเริ่มจากการเข้าใจว่า ปัญหาหลักอยู่ที่ชั้นใด และควรเลือกวิธีดูแลให้ตรงจุด เพราะโครงสร้างและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่มีเครื่องมือชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกคน

Density RF ทำงานกับผิวชั้นใดของใบหน้า

  จากแนวคิดเรื่องโครงสร้างหลายชั้น Density RF ถูกออกแบบมาเพื่อดูแลผิวชั้นบนเป็นหลัก หรือ “ผ้าปูเตียง” นั่นเอง ซึ่งเป็นชั้นที่มีบทบาทสำคัญต่อ
  • ความแน่นของผิว
  • ความเรียบ
  • ความแข็งแรงของโครงสร้างผิว
  • คุณภาพผิวโดยรวม

จุดเด่นของ Density RF: การทำงานร่วมกันของ Monopolar และ Bipolar RF

หลักการทำงาน Density monopolar bipolar

  DensityRF แตกต่างจากเครื่อง RF ตัวอื่นคือการปล่อยพลังงาน Monopolar RF และ Bipolar RF พร้อมกันในหนึ่งช็อต

พลังงาน Monopolar RF

  • ลงได้ลึกและกระจายกว้าง
  • เสริมความแข็งแรงของผิวในระยะยาว ช่วยให้โครงสร้างผิวแน่นและทนต่อการหย่อนคล้อยในอนาคต
  • ช่วยกระตุ้นการหดตัวของเอ็นพยุงผิวส่วนบน ทำให้ใบหน้ายกขึ้น
  • หากปรับพลังงานให้สูงขึ้นอย่างเหมาะสม ความร้อนที่แผ่ลงไปยังชั้นไขมันสามารถช่วยลดไขมันส่วนเกินในบางตำแหน่ง เช่น บริเวณแก้ม หรือกรอบหน้า

พลังงาน Bipolar RF

  • ทำงานเด่นในผิวชั้นตื้น
  • ช่วยให้ผลลัพธ์ด้าน “งานผิว” เห็นได้เร็ว เช่น ผิวเรียบเนียน แน่น รูขุมขนกระชับ และดูสดใสขึ้น

  การทำงานร่วมกันของพลังงานทั้งสองรูปแบบช่วยให้ Density RF สามารถดูแลผิวได้ทั้งด้านที่เห็นผลได้เร็ว (คุณภาพผิว) และผลลัพธ์ระยะยาวด้านความแข็งแรงของโครงสร้างผิว

Density RF เหมาะกับใครบ้าง?

  Density RF เหมาะกับคนที่ต้องการการยกกระชับผิวชั้นบนในหลายรูปแบบ ได้แก่

• คนที่ผิวบาง ผิวนิ่ม หรือผิวดูหลวม

Density ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวค่อย ๆ หนาขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีโครงสร้างที่ดีขึ้นตามวัย

• คนที่หน้าอ้วน หรือมีไขมันแก้มค่อนข้างมาก

สามารถปรับพลังงานให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้ผิวกระชับเข้ากับโครงหน้า และลดไขมันส่วนเกินบางตำแหน่ง โดยยังคงดูแลคุณภาพผิวไปพร้อมกัน

• คนที่อยากได้ผิวแน่น เด้ง ดูสุขภาพดี

Density ช่วยฟื้นคุณภาพผิว กระชับรูขุมขน ทำให้ผิวดูเรียบ แน่น และสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

เทคโนโลยีเสริมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Density RF

Real-time Impedance Checking

ระบบตรวจวัดความต้านทานของผิวแบบ real-time ช่วยให้การปล่อยพลังงานในแต่ละช็อตมีความเหมาะสมกับผิวของคนไข้จริง ลดความเสี่ยงจากการใช้พลังงานมากหรือน้อยเกินไป

Intelligent Contact Cooling

ระบบทำความเย็นอัตโนมัติ ก่อน ระหว่าง และหลังการปล่อยพลังงาน RF ช่วยลดความรู้สึกเจ็บ ปกป้องผิวชั้นบน และทำให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมหมอจึงเลือก Density RF เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก?

  สำหรับหมอ Density RF ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องยกกระชับ แต่เป็นเครื่องมือที่สามารถปรับให้เข้ากับปัญหาของแต่ละคนได้จริง เป้าหมายของหมอไม่ใช่เพียงผิวที่ตึงชั่วคราว แต่คือผิวที่แข็งแรง แน่น และดูดีอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาว เพราะการยกกระชับที่ดีไม่ได้เริ่มจากการเลือกเครื่องที่แรงที่สุด แต่เริ่มจากการเข้าใจผิว และเลือกวิธีดูแลที่เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Density RF

• Density RF เหมาะกับใครบ้าง?

เหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวชั้นบน ผิวบาง ผิวนิ่ม หน้าอ้วน หรืออยากได้ผิวแน่น ดูสุขภาพดี

• Density RF ต้องทำกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปทำ 1 ครั้ง แนะนำทำซ้ำทุก 6–12 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน

• Density RF เจ็บไหม?

โดยทั่วไปไม่เจ็บ มีระบบทำความเย็นช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย สามารถแปะยาชาเพื่อความสบายได้

• Density RF แตกต่างจาก RF อื่นอย่างไร?

Density ใช้ Monopolar + Bipolar RF ช่วยให้ผลเรื่องงานผิวเห็นเร็ว และเสริมความแข็งแรงของผิวในระยะยาว

• Density RF เห็นผลเมื่อไหร่?

หลังทำจะเริ่มรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้น ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วง 2–4 สัปดาห์

• การดูแลหลังทำ Density RF?

โดยทั่วไปไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ดูแลผิวและป้องกันแสงแดดตามคำแนะนำแพทย์

• Density RF ทำร่วมกับเครื่องอื่นได้หรือไม่?

สามารถทำร่วมกับเลเซอร์หรือ HIFU ได้ เพื่อดูแลผิวในคนละชั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

กดเลือก Messenger หรือ Line
เพื่อส่งรูปประเมินการทำ Density RF ได้ค่ะ

ทำไมจึงเลือกใช้ Density RF สำหรับการยกกระชับที่เน้น “คุณภาพผิว” Read More »

Ultracel โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU และ LIFU

Ultracel โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU และ LIFU

  ครั้งนี้เราจะดูโปรแกรมยกกระชับ Ultracel โดยใช้เครื่องยกกระชับที่ใช้ HIFU และ LIFU เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น นอกจากนี้เครื่องนี้ยังทำงานได้เร็วจึงใช้เวลาทำน้อย เจ็บน้อย และผลลัพธ์ดี ในบทความนี้ทางมิ่งขวัญคลินิกจึงมาเล่ารายละเอียดให้ทุกท่านได้ทราบว่าโปรแกรม Ultracel มีดีอย่างไร

Ultracel คืออะไร?

  Ultracel เป็นโปรแกรมที่ใช้เครื่องยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดด้วย High Intensity Focus Ultrasound (HIFU) ทำงานโดยการยิงคลื่น Ultrasound (ใช่แล้วค่ะ Ultrasound ที่ใช่ส่องดูทารกในครรภ์หรืออวัยวะภายในช่องท้อง) ลงไปใต้ผิวหนังโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นบน แล้วคลื่น Ultrasound เหล่านี้จะไปรวมตัวกันเป็นจุดเสมือนใช้เลนส์นูนรวมแสง ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวลึกๆ จึงทำให้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอย สลายไขมัน ไม่เกิดแผล ไม่ต้องพักหน้า ผิวไม่บาง ประสิทธิภาพสูงแต่เจ็บน้อยมาก

เครื่องในโปรแกรม Ultracel เทียบกับ HIFU เครื่องยกกระชับตัวอื่นอย่างไร?

  • เป็นเครื่องมาตรฐานที่ใช้ในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วโลก
  • มีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์โดยเทียบกับเครื่องยกกระชับมาตรฐานที่ผ่าน USFDA
  • ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศเกาหลีและไทย
  • พลังงานที่ปล่อยออกมามีพลังงานสูง เสถียรคงที่ ปล่อยพลังงานอย่างแม่นยำ โดยหัวยิงถูกออกแบบมาพิเศษ ทำให้เวลายิงเจ็บน้อย
  • เป็นเครื่องที่มีหัวยิงชนิดพิเศษที่ยิงพลังงานออกมาเป็นเส้น (Linear Firm) ทำให้ได้พื้นที่ในการรักษามากกว่าระบบจุดสามารถปล่อยพลังงานแบบก้อนพลังงาน (Bulk heating) คล้ายกับเครื่องยกกระชับกลุ่ม Radiofrequency (RF)
  • มีหัวยิงถึง 14 หัว ทำให้สามารถรักษาได้ทุกชั้นผิว

ยกกระชับใบหน้า
ด้วยโปรแกรม Ultracel

Ultracel ช่วยอะไรบ้าง?

  Ultracel ช่วยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้แน่นกระชับ ยกหนังตา ลดริ้วรอยตื้นๆ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวดูละเอียดฟูแน่นขึ้น และที่สำคัญที่แตกต่างจาก HIFU อื่นๆ คื่อ ช่วยสลายไขมัน ช่วยเก็บแก้มและเหนียงได้ดีโดยที่ไม่เจ็บมาก

HIFU ตัวนี้เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับผิวหน้าให้เรียวขึ้น
  • ผู้มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา หนังตาตก ต้องการยกคิ้วยกขึ้น
  • ผู้มีปัญหาแก้มเยอะ ต้องการสลายไขมันแก้ม
  • ผู้มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด เหนียงเยอะ
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับและสลายไขมันบริเวณลำตัวเช่นต้นแขน หน้าท้อง
  • ผู้ที่ต้องการกระชับรูขุมขน ผิวฟูละเอียด

Ultracel มีหัวยกกระชับกี่ชนิด? เหมาะกับการรักษาอะไร?

หัวยกกระชับ ชนิด Ultracel

  Ultracel ใช้เครื่องที่มีหัวยิงมากถึง 14 ชนิด ทำให้สามารถทำการรักษาได้ทุกระดับความลึกของผิวซึ่งแพทย์จะเป็นผู้เลือกหัวยิงให้เหมาะสมกับปัญหาผิว โดยจำนวนหัวยิงทั้ง 14 ชนิดนี้สามารถจัดกลุ่มเป็น 2 รูปแบบ คือ

Dot cartridge (HIFU)

  • หัวยิงชนิดนี้จะส่ง Micro Focused Ultrasound ลงไปใต้ผิวหนัง ที่ระดับความลึก 1.5 mm./2.0 mm./ 3 mm./ 4.5 mm. เกิดเป็นความร้อนจุดเล็กๆ (Local Heating) ระดับ 65 ถึง 70 องศาเซลเซียส ทำให้ชั้น SMAS หดตัว ส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้น

Linear Firm (LIFU)

  • หัวยิง Ultrasound ตัวแรกของโลกที่ยิงเป็นเส้นความร้อน ทำให้ได้พื้นที่ในการรักษามากกว่าแบบจุด ได้ความร้อนแบบ Bulk heating ใช้ในการสลายไขมัน รีจูผิวให้ฟูเต่งตึง ละเอียด

LIFU หรือ Linear Firm คืออะไร?

  • LIFU หรือ Linear Firm เป็นหัวยิงชนิดพิเศษตัวแรกของโลกที่ที่ยิงพลังงานออกมาแบบเส้น ทำให้ได้พื้นที่รักษามากกว่าแบบจุด
  • LIFU หรือ Linear Firm ปล่อยพลังงานแบบก้อนพลังงาน (Bulk heating) ให้ความร้อนในผิวสูงถึง 58 องศา คล้ายเครื่องยกกระชับกลุ่ม Radiofrequency หรือ RF แต่เครื่องในโปรแกรม Ultracel สามารถกำหนดความลึกในการยิงได้
  • หัวยิงใช้ลึกใช้ในการสลายไขมัน (Fat reduction) หัวตื้นใช้สำหรับงานผิวฟูเต่งตึง (Rejuvenation)

ยกกระชับใบหน้า
ด้วยโปรแกรม Ultracel

หลังทำเห็นผลยกกระชับเมื่อไหร่?

  • หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 10%
  • เห็นผลชัดเจนขึ้นที่ 1 เดือน เห็นผลเต็มที่ที่ 2-3 เดือน ถ้าหลัง 3 เดือนแล้วอยากให้กระชับมากขึ้น สามารถกลับมาทำซ้ำได้

ผลยกกระชับอยู่ได้นานแค่ไหน?

  ผลลัพธ์โดยปกติจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปีค่ะ ขึ้นกับพลังงานที่ตั้งจำนวน shot ที่ใช้ในการยิงและการดูแลผิวหลังทำ

HIFU ตัวนี้เจ็บไหม

Hifu Ultracel เจ็บ
  • ขณะทำเจ็บน้อยมากค่ะ ถ้าเทียบกับ HIFU ตัวอื่นๆ ที่หมอเคยใช้มา สามารถทำโดยไม่แปะยาชาได้
  • ขณะที่เครื่องปล่อยพลังงานลงไปเวลายิงหัวแบบ Dot จะรู้สึกอุ่นๆ และจี้ดๆ แต่ละคนจะรู้สึกไม่เท่ากัน ประเมินจาก Pain score จาก 0-10 จะอยู่ประมาณ 1-6 ขึ้นกับความไวในการเจ็บของแต่ละคน
  • ส่วนหัวแบบ Linear Firm จะรู้สึกอุ่นสบาย ไม่เจ็บ

ขั้นตอนการทำเป็นอย่างไร?

  1. ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ทำให้สะอาด
  2. ทายาชาทิ้งไว้ 45 นาที-1 ชั่วโมง
  3. เช็ดยาชาออก
  4. แพทย์ทาเจลอัลตราซาวด์แล้วเริ่มทำหัตถการ ซึ่งจะใช้เวลา 15-45 นาทีโดยจะขึ้นกับจำนวน shot ที่ยิง
  5. ทำความสะอาดเจล ทาครีมบำรุงและกันแดด

หลังทำ Ultracel ดูแลอย่างไร?

  โปรแกรมยกกระชับนี้เป็นการใช้เครื่องยกกระชับผิวชนิดที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีเข็มดังนั้นหลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ สามารถแต่งหน้าได้ ออกกำลังกายได้ ไม่ต้องพักฟื้น แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและผลลัพธ์ที่อยู่นานหมอแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวตามนี้ค่ะ

  1. ทาครีมบำรุงและครีมกันแดดตามปกติ ควรทาทุกวันเพราะช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวรวมถึงปกป้องผิวจากแสงแดดและยูวีที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย
  2. หากรู้สึกระบมสามารถทานยา paracetamol ได้
  3. ทายา SS ที่ได้รับไป 3-7 วัน
  4. เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่นานขึ้น ควรเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวเช่นการสูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การทานน้ำน้อย

หลังทำ HIFU ตัวนี้บวมหรือไม่?

  หลังทำสามารถเกิดการบวมได้ โดยปกติจะสามารถหายบวมได้เองภายใน 1-2 อาทิตย์ ทั้งนี้การบวมจะมากหรือน้อยขึ้นกับ

  • ความแน่นกระชับของผิว ถ้าผิวนิ่มๆ หย่อนคล้อยมาก โอกาสบวมจะเกิดง่าย
  • พลังงานที่ใช้ในการยิง จำนวน shot ที่ใช้

หลังทำ HIFU ตัวนี้มีรอยเขียว ช้ำหรือไม่?

  ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ใช้เข็มจึงไม่ทำให้เกิดรอยแดง ไม่เขียว ไม่ช้ำ ไม่มีบาดแผล มีความปลอดภัยสูงและไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก

ยกกระชับใบหน้า
ด้วย Ultracel

รีวิว Ultracel

รีวิว Ultracel Q+

Ultracel โปรแกรมยกกระชับด้วยเครื่อง HIFU และ LIFU Read More »